Make your own free website on Tripod.com
bread2 biosafety tbc

ถั่วเหลือง G94-1, G94-19, G168
ดัดแปลงปริมาณกรดไขมันในเมล็ดโดยเฉพาะการแสดงออกของกรด oleic ในระดับสูง
ผลิตผลของถั่วเหลืองที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ ส่วนใหญ่เป็นกากถั่วเหลือง และที่ใช้เป็นอาหารมนุษย์ ส่วนใหญ่เป็นน้ำมัน ส่วนของโปรตีน และเส้นใยสุขภาพ
ผลิตโดย DuPont Canada Agricultural Products

ถั่วเหลือง (Glycine max) เป็นพืชที่ปลูกเป็นการค้ามากกว่า 80 ประเทศ ที่มีผลผลิตโดยรวม 162 ล้านตัน ผู้ผลิตถั่วเหลืองที่สำคัญในปี 2000 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล จีน อาร์เจนตินา อินเดีย แคนาดา และปารากวัย ถั่วเหลืองปลูกเพื่อเอาเมล็ดเป็นหลัก ซึ่งใช้ประโยชน์อย่างมากในส่วน ของอาหารและอุตสาหกรรม และจัดเป็นแหล่งหนึ่งที่สำคัญของน้ำมันพืชและโปรตีนสำหรับใช้เป็นอาหารปศุสัตว์
อาหารสำคัญที่ใช้ถั่วเหลืองในอเมริกาเหนือและยุโรปคือใช้เป็นน้ำมันบริสุทธิ์ ใช้ทำมาการีน เป็นวัตถุที่ทำให้แป้งกรอบร่วน ใช้ในการหุงต้มและ ใช้ทำน้ำมันสลัด นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในผลิตภัณฑ์อาหารเช่น เต้าหู้ tempeh ซ๊อสถั่วเหลือง น้ำนมถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์ เลียนแบบเนื้อและเป็นส่วนประกอบรายย่อยในอาหารแปรรูปจำนวนมาก กากถั่วเหลืองถูกใช้เป็นส่วนเสริมในอาหารของปศุสัตว์
น้ำมันถั่วเหลืองอุดมไปด้วยกรดไขมันประเภท polyunsaturated ที่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นน้ำมันเพื่อสุขภาพ เนื่องจากผลที่มีต่อการลดระดับ คลอเลสเตอรอลในเลือด อย่างไรก็ดี กรดไขมันประเภท polyunsaturated จะ oxidize และไม่คงตัวในอุณหภูมิสูง ซึ่งทำให้ไม่เหมาะต่อการหุง ต้มในอุณหภูมิสูง สำหรับการใช้ในอาหารหลายชนิด น้ำมันถั่วเหลืองต้องการกระบวนการเพิ่มเติม เช่น กระบวนการ hydrogenation ก่อนที่จะนำ ไปใช้ทำมาการีน วัสดุที่ทำให้แป้งกรอบ และผลิตภัณฑ์ที่ทอดด้วยน้ำมันมาก กระบวนการ hydrogenation เปลี่ยนโครงสร้างของกรดไขมันของ น้ำมันถั่วเหลือง โดยเปลี่ยนกรดไขมันประเภท polyunsaturated ให้เป็นกรดไขมันประเภท monounsaturated หรือ saturated ขึ้นกับการใช้ใน ผลิตภัณฑ์สุดท้าย chemical hydrogenation ทำให้เกิด trans-isomers ของกรด oleic และ trans-fatty acid อื่นๆ ที่มีรายงานว่ามีผลทางลบต่อสุข อนามัยโดยทำให้ระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น
ถั่วเหลืองสายพันธุ์ G94-1, G94-19 และ G168 ได้พัฒนาขึ้นมาโดยการดัดแปลงเฉพาะเพื่อให้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองที่มีระดับกรด oleic สูง ซึ่งเป็น กรดไขมันประเภท monounsaturated ถั่วเหลืองที่มี oleic สูงนี้ จะมีสำเนาที่ 2 ของยีน fatty acid desaturase (fad2) ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาต ิในถั่วเหลือง ยีน fad2 เป็นระหัสสำหรับเอ็นไซม์ delta-12 desaturase ซึ่งเกี่ยวข้องในการสังเคราะห์กรดไขมัน ไม่เหมือนถั่วเหลืองปกติ การมีสำเนาที่ 2 ของยีน fad2 ในถั่วเหลือง G94-1, G94-19 และ G168 ที่มี oleic สูง ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ ที่เรียกว่า gene silencing ซึ่ง เป็นผลให้ทั้ง 2 สำเนาของยีน fatty acid desaturase ได้รับการ switched off ทำให้กีดขวางเส้นทางการสังเคราะห์ทางชีวะของกรดไขมัน และทำ ให้เกิดการสะสมกรด oleic เป็นผลต่อเนื่องให้กรดไขมันประเภท polyunsaturated (กรด linoleic และกรด linolenic) ถูกสร้างขึ้นมาในปริมาณที่ น้อยมาก
ยีน fad2 ที่ได้รับการถ่ายฝากใน G94-1, G94-19 และ G168 แยกมาจาก G. max และนำเข้าไปในถั่วเหลืองพันธุ์การค้า โดยวิธี particle acceleration (biolistic) transformation การดัดแปลงพันธุกรรมมีผลแต่เพียงในเมล็ด การสังเคราะห์ทางชีวะกรดไขมันยังทำหน้าที่ปกติ ในส่วนอื่นๆ ของพืชเช่นใบ
น้ำมันถั่วเหลืองที่มี oleic สูง จะมีระดับกรด oleic เกิน 80% สูงกว่าระดับที่พบในน้ำมันมะกอก และน้ำมันคาโนลา น้ำมันนี้มีไขมันประเภท saturated ต่ำกว่า ไม่มี trans-fatty acid และยังคงอยู่ในรูปของเหลวที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ ระดับที่สูงของกรด oleic ทำให้น้ำมันมีความคงตัวต่อความ ร้อนสำหรับการหุงต้มได้สูงขึ้นและใช้พ่นกินได้ (edible spray applications)
G94-1, G94-19 และ G168 ได้รับการทดสอบในแปลงทดลอง ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ข้อมูลที่รวบรวมจากการทดลองเหล่านี้แสดงให้เห็น ว่า G94-1, G94-19 และ G168 ไม่ได้แตกต่างจากถั่วเหลืองปกติ ในลักษณะทางการเกษตร รวมทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ และอ่อนแอต่อโรคและ แมลงศัตรู การทดสอบเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นว่า สายพันธุ์ที่ได้รับการถ่ายฝาก ไม่ได้แสดงลักษณะที่จะเป็นวัชพืช หรือมีผลทางลบต่อสิ่งมีชีวิต ที่มีประโยชน์หรือมิใช่เป้าหมาย และไม่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อ ชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามหรือที่ใกล้สูญพันธุ์
ถั่วเหลืองไม่มีวัชพืชใกล้ชิดใดๆ ที่จะสามารถผสมข้ามในพื้นแผ่นดินสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ถั่วเหลืองที่เพาะปลูก สามารถผสมข้ามใน ธรรมชาติกับชนิดพันธุ์ป่าล้มลุก G. soja อย่างไรก็ดี G. soja ซึ่งปรากฎตามธรรมชาติในจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวันและ รัสเซีย ไม่ได้มีอยู่ตามธรรมชาติในอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ ต้นถั่วเหลืองยังมีการผสมตัวเองได้เกือบจะสมบูรณ์ และลักษณะการสืบพันธุ์และการ เจริญเติบโต ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยการดัดแปลงพันธุกรรม ส่งผลให้เป็นสายพันธุ์ G94-1, G94-19 และ G168 ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่า ศักยภาพในการเคลื่อนย้ายลักษณะกรด oleic สูง จากสายพันธุ์ที่ดัดแปลงพันธุกรรม ไปยังถั่วเหลืองที่ใกล้ชิดโดยการปลิวไปของยีน (gene flow- การผสมข้าม) นั้นตัดทิ้งได้ในระบบนิเวศที่มีการจัดการ และ ไม่มีศักยภาพที่จะเคลื่อนย้ายไปยังชนิดพันธุ์ป่าในแคนาดาและในผืน แผ่นดินสหรัฐอเมริกา
ความปลอดภัยของอาหารมนุษย์และอาหารปศุสัตว์ ของถั่วเหลือง oleic สูง สายพันธุ์ G94-1, G94-19 และ G168 ถูกสร้างขึ้นบนฐานส่วน ใหญ่ของความจริงที่ว่า ไม่มีโปรตีนใหม่อยู่ในถั่วเหลืองสายพันธุ์เหล่านี้ จึงพิจารณาได้ว่า ศักยภาพในการก่อให้เกิดภูมิแพ้ของถั่วเหลือง oleic สูง จะเหมือนกับถั่วเหลืองปกติ ความเท่าเทียมในคุณค่าทางโภชนาการของถั่วเหลืองเมื่อเปรียบเทียบกับถั่วเหลืองปกติ ได้รับการแสดงให้เห็น โดยการวิเคราะห์สารอาหารที่สำคัญ รวมทั้ง proximates (เช่น โปรตีน ไขมัน เยื่อใย เถ้า และคาร์โบไฮเดรต) กรดอะมิโนและองค์ประกอบของ กรดไขมัน เช่นเดียวกับสารต่อต้านโภชนาการ น้ำมันถั่วเหลืองที่มี oleic สูง จะมีไขมันประเภท saturated ประมาณ 10% มีกรด oleic มากกว่า 80% และมีกรดไขมันประเภท polyunsaturated อยู่ในระดับต่ำ (มีกรด linoleic ประมาณ 2% และ กรด linolenic xit,kI 3.5 %) ปริมาณเล็กน้อย (0.5%) ของ linoleic acid 9, 15 isomer ก็ตรวจพบ ซึ่งจะไม่มีในน้ำมันถั่วเหลืองที่ยังไม่ hydrogenated จะมีในไขมันเนยในระดับที่ใกล้เคียง และมักจะพบในระดับค่อนข้างสูง (ประมาณ 1-3%) ในน้ำมันพืชที่ถูก hydrogenated บางส่วน ความเท่าเทียมของถั่วเหลือง oleic สูงกับถั่ว เหลืองปกติ ได้รับการยืนยันจากการศึกษาการให้อาหารกับหมูและไก่กระทง กากถั่วเหลืองจากถั่วเหลือง oleic สูง มีคุณค่าทางโภชนาการเท่า เทียมกับกากถั่วเหลืองแปรรูปที่ได้มาจากถั่วเหลืองปกติ
ถั่วเหลือง oleic สูง เป็นพืชที่เพิ่มมูลค่า ซึ่งจะต้องได้รับการปลูกภายใต้การทำสัญญาผูกมัด เพื่อที่จะคงไว้ซึ่งถั่วเหลือง oleic สูง ตั้งแต่การปลูก จนถึงการส่งเมล็ดเข้าไปยังโรงงานแปรรูป นอกจากนี้ การจัดการและการปฎิบัติในการผลิตสำหรับการปลูกถั่วเหลือง oleic สูง ก็เหมือนกับการ ปลูกพันธุ์ถั่วเหลืองปกติทั่วไป
ถั่วเหลืองพันธุ์นี้ อนุญาตให้ปลูกและใช้เป็นอาหารทั้งมนุษย์และสัตว์ได้ ในประเทศ แคนาดา ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา และอนุญาตให้ใช้เป็น อาหารมนุษย์ได้ในออสเตรเลีย

ข้อมูลนี้ได้มาจาก http://www.essentialbiosafety.info