Make your own free website on Tripod.com


ติดฉลาก'จีเอ็มโอ'พ.ค.ปี'46-ชี้ตามก้น'ยุ่น'ระวังยุ่ง

มติชน วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2545
นายชนินทร์ เจริญพงศ์ นักวิชาการอาหารและยา 9 ด้านมาตรฐานอาหาร กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการติดฉลากอาหารตัดต่อพันธุกรรม(จีเอ็มโอ) ว่าในเดือนพฤษภาคม 2546 กระทรวงสาธารณสุขจะประกาศบังคับใช้การติดฉลากผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนของจีเอ็มโอ โดยกำหนดสัดส่วนการปนเปื้อนใน 3 องค์ประกอบ หลักของอาหารไม่เกิน 5% โดย สธ.ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการติดฉลากดังกล่าวเอาไว้แล้ว ด้วยการประเมินความปลอดภัยของวัตถุดิบ 2 ชนิด คือ ข้าวโพดและถั่วเหลือง แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนในเรื่องการติดฉลากนั้นขณะนี้มีห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์สัดส่วนการปนเปื้อน จีเอ็มโอแล้วจำนวน 3 ห้องทดลอง คิดว่าน่าจะเพียงพอต่อการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ เพราะได้เตรียมแนวทางการตรวจสอบก่อน ที่จะตรวจวิเคราะห์ในห้องทดลอง เช่น การตรวจสอบสูตรของอาหารว่ามีส่วนผสมของวัตถุดิบที่จะประกาศ เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง หรือไม่
นายชนินทร์กล่าวว่า ในกรณีที่ผู้ประกอบการสามารถหาใบรับรองการตรวจสอบจากต่างประเทศมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ได้ กระบวนการทั้งหมดจะ ช่วยคัดผลิตภัณฑ์ให้เข้าไปวิเคราะห์ในห้องทดลองน้อยลง อย่างไรก็ตาม อย.ได้เตรียมคู่มือแนวทางในการติดฉลากอาหารจีเอ็มโอสำหรับผู้ประ กอบการและผู้บริโภคเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะประกาศบังคับใช้กฎหมายนี้แล้ว
นายสมวงศ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) กล่าวว่า จากการติดตาม การติดฉลากจีเอ็มโอของประเทศญี่ปุ่น พบว่ามีปัญหามากในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องรายละเอียดของการติดฉลาก เพราะฉะนั้นหากจะเดิน ตามแนวทางของประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลควรจะต้องมั่นใจในเรื่องของระบบการตรวจสอบ จะต้องแม่นยำพอสมควร ส่วนห้องทดลองวิเคราะห์เพื่อ ติดฉลาก คิดว่ามีเพียงพอที่จะสามารถดำเนินการตรวจสอบได้ทัน
นายสมวงศ์กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการควรจะเตรียมความพร้อมในการติดฉลาก เพราะการติดฉลากที่ อย.กำลังจะประกาศใช้นั้นเป็นการติด ฉลากเพื่อผู้บริโภคในประเทศ จึงแตกต่างจากการติดฉลากเพื่อการส่งออก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ประกอบการตื่นตัวค่อนข้างมากในการส่งสิน ค้าเข้ามาตรวจสอบหาการปนเปื้อนจีเอ็มโอ พบว่าสัดส่วนการส่งตัวอย่างสินค้าที่เป็นวัตถุดิบภายในประเทศเข้ามาตรวจสอบเพิ่มมากขึ้น จากเดิม ที่ผู้ประกอบการตรวจสอบเพียงสินค้าที่ส่งออกต่างประเทศเท่านั้น คิดว่าการตื่นตัวดังกล่าวน่าจะเกิดจากการณรงค์คัดค้านของกลุ่มองค์กรพัฒนา เอกชน โดยเฉพาะกลุ่มกรีนพีซ ส่วนการตื่นตัวของผู้บริโภคต่อสินค้าจีเอ็มโอก็มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แต่มีปัญหาว่ายังเป็นข้อมูลด้านลบมากกว่า ด้านบวก
นายบรรพต ณ ป้อมเพชร ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หากประเมินความพร้อม ในการติดฉลากจีเอ็มโอของไทย คิดว่ายังไม่พร้อมเพียงพอ จึงไม่ควรเร่งรีบทำ เพราะหากประเมินทางวิชาการพบว่าห้องปฏิบัติการที่จะทดลอง วิเคราะห์หาสัดส่วนจีเอ็มโอก็มีไม่มากนัก หากประกาศติดฉลากไปแล้วจะต้องมั่นใจในเรื่องของการตรวจสอบ ไม่อย่างนั้นจะเหมือนกับกรณี อาหารปลอดสารพิษ ที่มีรับรองตามห้างสรรพสินค้า แต่ไม่มีการตรวจสอบว่าปลอดสารพิษจริงหรือไม่