Make your own free website on Tripod.com
แปลจากข่าว
พืชดัดแปลงพันธุกรรมสามารถสร้างผลประโยชน์และสิ่งแวดล้อมที่ดี
รายงานที่รับรองโดยกลุ่มผู้ชักชวนเกษตรกรสหรัฐอเมริกา ได้จับประเด็นจากสิ่งที่เห็นเป็นสมมุติฐานเกี่ยวกับผลกระทบของพืชดัดแปลง พันธุกรรม ซึ่งโต้เถียงว่า เกษตรกรจำนวนมากและสิ่งแวดล้อมได้ประโยชน์จากพืชดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งตรงข้ามกับรายงานที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ โดยกลุ่มเกษตรอินทรีย์ของอังกฤษ
รายงานนี้ใช้ชื่อว่า “ปล่อยให้ความจริงได้พิสูจน์ออกมาเอง “ ซึ่งแย้งกับคำกล่าวที่ว่า พืชที่ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้ทนทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ได้ทำอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยกล่าวว่ายังห่างไกลจากความเป็นจริง พืชที่ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้ทนทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ได้เปลี่ยน รูปการเกษตรของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก โดยการลดการไถพรวน
ต้องขอบคุณต่อการไม่ไถพรวน หรือการไถพรวนน้อยที่สุด เพราะทำให้การพังทะลายของดินลดน้อยลง ซึ่เป็นคำกล่าวในรายงานของ Kimball Nill ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของสมาคมถั่วเหลืองอเมริกัน นอกจากนี้ การอุ้มน้ำของดินก็สูงขึ้น การสูญเสียคาร์บอนจากดินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ก๊าซที่มีผลกระทบต่อก็มีน้อยลง
.รายงานมีความคิดเห็นแย้งกับคำกล่าวที่ว่า เกษตรกรกำลังสูญเสียเงินในการปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรม โดยการกล่าวว่า ไม่ได้มีการบังคับใดๆ เพื่อให้เกษตรกรใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรม ที่เกษตรกรใช้เป็นเพราะพืชดัดแปลงพันธุกรรมนั้นให้ผลประโยชน์จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือการ ประหยัดเวลา แม้ว่าการส่งออกข้าวโพดจากสหรัฐไปยังยุโรปได้รับผลกระทบจากการหยุดพักการสั่งซื้อ แต่การส่งออก gluten จากถั่วเหลืองและ ข้าวโพดก็เพิ่มขึ้นจากปี 2001 ถึง 2002 Nill ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พืชจากสหรัฐอเมริกายังคงมีความต้องการในตลาดการค้าโลก พืชดัดแปลง พันธุกรรมจะมีความแข็งแรงกว่าพืชปกติ และลักษณะต่างๆ ที่พัฒนาจะนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตด้วย
Nill ยังคงพาดพิงถึงการเก็บรักษาเมล็ดและการกระทำของบริษัทเมล็ดพันธุ์ ในทางปฏิบัติและด้วยเหตุผลทางการค้า การเก็บรักษาเมล็ดจะทำได้ ยากขึ้น เมล็ดพันธุ์ของพืชปกติที่ดีหลายพันธุ์ไม่สามารถเก็บรักษาได้ และพันธุ์บางชนิด เช่นพันธุ์ลูกผสมก็ไม่สามารถที่จะเก็บเมล็ดไว้ใช้ต่อไป ได้ จึงไม่เป็นความจริงที่บริษัทเมล็ดพันธุ์ได้ฟ้องร้องเกษตรกรกรณีที่มีเมล็ดพันธุ์ไปปะปนกับพืชของเขา
ในกรณีที่กล่าวว่าประโยชน์ที่ได้จากพืชดัดแปลงพันธุกรรมจะตกอยู่กับบริษัท และการเกษตรอินทรีย์ก็ให้ผลดีเช่นเดียวกับพืชดัดแปลงพันธุกรรม ประโยชน์จากพืชดัดแปลงพันธุกรรมจะเกิดขึ้นตั้งแต่เกษตรกรจนถึงผู้บริโภค ในอนาคต สิ่งใหม่ๆ จะเกิดขึ้น จากการพัฒนาคุณภาพของอาหาร และการทำการเกษตรที่มีความยั่งยืนมากขึ้น พืชดัดแปลงพันธุกรรมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สอดรับกับปริมาณการเติบโตของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น และปราศจากการก้าวล้ำไปสู่ถิ่นที่อยู่ที่หลากหลายทางชีวภาพ รายงานฉบับเต็มดูได้จากhttp://www.tomorrowsbounty.org/library/prepubvs91502a.htm

สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมไม่ได้มีอันตรายมากไปกว่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้ดัดแปลงพันธุกรรม
รายงานการอภิปรายสาธารณะฉบับใหม่ ที่เผยแพร่โดยรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความเสี่ยงที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมไม่ได้เป็น อันตรายมากไปกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้ดัดแปลงพันธุกรรม และเป็นผลให้กฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบที่มีอยู่ยังคงเหมือน เดิม
รัฐบาลเช่นเดียวกับคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการดัดแปลงพันธุกรรม ที่พบว่าไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องแก้ไขกฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบ โดยเน้นเหตุผลต่อไปนี้
รัฐบาลเสนอแนะว่า การเข้มงวดต่อบทบาทความรับผิดชอบอาจส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ ไม่ก่อให้เกิดสิ่งชักจูงสำหรับการลงทุนในสิ่งมี ชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม และการคิดค้นใหม่ๆ ที่มีฐานมาจากการดัดแปลงพันธุกรรม
เรื่องดังกล่าวนี้ได้นำไปสู่การทำประชาพิจารณ์ และผลที่ได้ รัฐบาลจะนำมาพิจารณาสำหรับการเปลี่ยนนโยบาย ในต้นปี 2003

การเปลี่ยนสถานภาพของพืชดัดแปลงพันธุกรรมในยุโรป?
การประชุมรัฐมนตรีสหภาพยุโรปที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคม อาจจะยกเลิกการห้ามพืชดัดแปลงพันธุกรรม ถ้ารัฐมนตรีการเกษตรส่วนใหญ่เห็น ด้วยกับข้อเสนอที่ผ่านการตรวจสอบ การต่อต้านจาก เดนมาร์ก กรีซ ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย และลักเซมเบอร์ก ก็จะตกไป
ในขณะที่ กรมการพัฒนานานาชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลอังกฤษ รับผิดชอบเกี่ยวกับการสนับสนุนการพัฒนาและการลดความอดยาก รายงานว่าได้มีโครงการให้ทุน 13.4 ล้านปอนด์ ในการ พัฒนาสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรม รวมทั้งพืชและยาในประเทศกำลังพัฒนา
เมื่อเผชิญหน้ากับฝ่ายต่อต้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร Clare Short เลขานุการแห่งรัฐกล่าวว่า หน่วยงานของเธอนั้นกำลังช่วยประเทศยาก จนด้วยพืชดัดแปลงพันธุกรรม
และอังกฤษไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว บทความที่เขียนขึ้นโดย Brandon Mitchener ที่ลงพิมพ์ใน Wall Street Journal Europe และเป็นนักวิจัยใน บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ รายงานว่า งานวิจัยการดัดแปลงพันธุกรรมของยุโรปมีความตั้งใจที่จะใช้ในประเทศอื่นๆ และทั้งบริษัทเทคโนโลยีชีว ภาพ สถาบันการศึกษา และห้องปฏิบัติการของรัฐบาล กำลังพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพืชจำพวกถั่วต่างๆ องุ่น ข้าวสาลีและกล้วย ที่ชาวยุโรปอาจจะไม่มีโอกาสได้รับประทาน แต่งานวิจัยนี้ตั้งใจที่จะใช้ในทางการค้าในประเทศกำลังพัฒนาหรือในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ใช่ใน สหภาพยุโรป ซึ่งมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการติดฉลากอาหาร แต่ห้ามพืชและอาหารที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพ