Make your own free website on Tripod.com
THAILAND BIODIVERSITY CENTERความปลอดภัยทางชีวภาพ
มีหน้าที่ประสานงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล และติดตามตรวจสอบให้คำแนะนำด้านวิชาการจัดทำกฏเกณฑ์ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติเพื่อประเมินและจัดการเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยทางชีวภาพ
จากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุรักษ์และ ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2543

แบบทดสอบตัวเองเกี่ยวกับอาหารที่ทำมาจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม
แบบทดสอบนี้ทำขึ้นเมื่อเดือน กรกฎาคม 2543 โดย Peter Goldsbrough นักวิทยาศาสตร์ด้านพืช และเชี่ยวชาญทางด้านพืชดัดแปลงพันธุกรรม ที่ Purdue University ด้วยความร่วมมือกับ Steve Tally นักเขียนจากหน่วยบริการสื่อสารทางการเกษตร ที่ Purdue University คำถามนี้เป็นการทดสอบความรู้ของท่านที่มีต่ออาหารดัดแปลงพันธุกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร ส่วนคำตอบและคำอธิบายจะอยู่ในตอนท้าย ของคำถาม

ข้อ 1. คุณได้ทานอาหารที่ทำมาจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมหรือไม่
ก. ได้ทาน
ข. ไม่ได้ทาน
ข้อ 2. อาหารชนิดใดที่ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในการผลิต
ก. เนยแข็ง
ข. ผักต่างๆ
ค. เนื้อสัตว์
ข้อ 3. ประโยชน์ในปัจจุบันที่ได้จากการทานอาหารที่ทำจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมคืออะไร
ก. ก่อให้เกิดผลกำไรแก่ฟาร์ม และทำให้งานหลายอย่างของเกษตรกรง่ายขึ้น
ข. ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตพืชได้มากขึ้น
ค. ก่อให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภค เช่น มีอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน
ง. ก่อให้เกิดอาหารที่มีคุณภาพทางโภชนาการ
จ. ก่อให้เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการเกษตรที่ใช้สารเคมีในปัจจุบัน
ข้อ 4. จากอาหารที่เราทาน จะมีส่วนที่เป็นดีเอ็นเออยู่ในปริมาณเท่าใด
ก. น้อยกว่า 5%
ข. 20%
ค. 50%
ง. 80%
จ. เกือบจะ 100%
ข้อ 5. อาหารส่วนใหญ่ที่มาจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม จะมี…
ก. จำนวนของยีนเท่ากับอาหารที่ได้จากพืชปกติ
ข. จำนวนของยีนเท่ากับอาหารที่ได้จากพืชลูกผสม
ค. จะมี 1 หรือ 2 ยีน เพิ่มขึ้น
ง. จะมียีนที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 100
จ. ไม่มียีนอยู่เลย
ข้อ 6. มีผลอะไรกับยีนของท่านเมื่อทานอาหารดัดแปลงพันธุกรรม
ก. ทำให้ยีนของท่านเปลี่ยนไป
ข. ทำให้ยีนของท่านดูดซับยีนส่วนเกิน
ค. ไม่มีผลใดๆ กับยีนของท่าน
ง. ผลที่มีต่อพันธุกรรมของมนุษย์ยังไม่เป็นที่ทราบกัน
ข้อ 7. อาหารที่ทำมาจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมต้องผ่านการทดสอบกับมนุษย์หรือไม่
ก. ต้องผ่าน
ข. ไม่ต้องผ่าน
ข้อ 8. ต้องทดสอบความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาการภูมิแพ้ของอาหารที่ทำมาจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมในมนุษย์หรือไม่
ก. ต้องทดสอบ
ข. ไม่ต้องทดสอบ
ข้อ 9. อาหารที่ทำมาจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมจะมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่าหรือไม่
ก. ดีกว่า ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพมากกว่าอาหารที่ผลิตจากพืชปกติ
ข. ดีกว่า ซึ่งจะมีประโยชน์ในบางส่วน มากกว่าอาหารที่ผลิตจากพืชปกติ
ค. ไม่ดีกว่า จะไม่ดีกว่าหรือเลวกว่าอาหารที่ผลิตจากพืชปกติ
ง. ไม่ดีกว่า ซึ่งจะมีประโยชน์น้อยกว่าเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอาหารที่ผลิตจากพืชปกติ
จ. ไม่ดีกว่า อาหารที่ผลิตจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมเป็นที่รู้ๆ กันว่าเสี่ยงต่อสุขภาพ

เฉลย
ข้อ 1. ตอบ ก. ได้ทาน
อธิบาย ถ้าท่านอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่แน่นอนว่า อย่างน้อย 1 ครั้งที่ท่านจะได้ทานอาหารที่ทำมาจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม ข้าวโพดและถั่วเหลืองส่วนใหญ่ที่ปลูกในสหรัฐอเมริกา มาจากการดัดแปลงพันธุกรรม และพืชเหล่านี้ ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารโดยทั่วไป เช่น น้ำเชื่อมจากข้าวโพด และน้ำมันพืช น้ำเชื่อมจากข้าวโพดถูกใช้ในหลายผลิตภัณฑ์ รวมถึง เครื่องดื่ม และน้ำมันพืชได้ถูกใช้ในการทอดอาหาร เช่นมันฝรั่งทอด อ้างถึงผู้ผลิตอาหารในสหรัฐอเมริกา ที่ประมาณว่า 70 % ของอาหารที่วางจำหน่าย ทำมาจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม
ข้อ 2. ตอบ ก. เนยแข็ง
อธิบาย ก่อนจะเข้ามาสู่ยุคของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม เนยแข็งจะผลิตโดยใช้ เอ็นไซม์ที่ได้มาจากท้องของลูกวัวที่ฆ่าเพื่อเอาเนื้อ แต่ในขณะนี้ มีเบคทีเรียดัดแปลงพันธุกรรมที่สามารถผลิตโปรตีนชนิดเดียวกันได้ เหตุผลหนึ่งที่ใช้แบคทีเเรียดัดแปลงพันธุกรรม ก็คือ เนยแข็งหลายอย่างที่มีอยู่ในขณะนี้พิจารณาว่าเป็นอาหารที่ผ่านขั้นตอนที่ยอมรับได้ทางศาสนาของชาวยิว
ข้อ 3. ตอบ ก. ก่อให้เกิดผลกำไรแก่ฟาร์ม และทำให้งานหลายอย่างของเกษตรกรง่ายขึ้น
อธิบาย ปัจจุบันนี้ พืชดัดแปลงพันธุกรรมได้ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นโดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกพืชนั้น อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์และเกษตรกรเชื่อว่า ในไม่ช้าคำตอบต่างๆ จะเป็นจริง เช่น พืชดัดแปลงพันธุกรรมจะก่อให้เกิดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น มีอายุวางขายยาวขึ้น มีสารเคมีน้อยลงและส่งผลต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยลง
ข้อ 4. ตอบ จ. เกือบจะ 100 %
อธิบาย เซลล์พืชและสัตว์ทุกเซลล์ มีดีเอ็นเอ ดังนั้น อาหารเกือบทุกชนิดจะมีชิ้นส่วนพันธุกรรมโดยไม่คำนึงถึงว่าอาหารนั้นจะมาจากการดัดแปลงพันธุกรรมหรือไม่ อย่างไรก็ดี มีข้อยกเว้นสำหรับอาหารบางชนิด ที่ในระหว่างกระบวนการผลิตดีเอ็นเกือบทั้งหมดจะถูกเอาออก เช่นการผลิตน้ำมันพืช
ข้อ 5. ตอบ ค. จะมี 1 หรือ 2 ยีน เพิ่มขึ้น
อธิบาย พืชดัดแปลงพันธุกรรม จะมียีนเพิ่มขึ้น 1-2 ยีน มากกว่าพืชปกติหรือพืชลูกผสม
ข้อ 6. ตอบ ค. ไม่มีผลใดๆ กับยีนของท่าน
อธิบาย ยีนในอาหารนั้นง่ายต่อการย่อย และไม่มีหลักฐานปรากฎว่า ยีนใหม่เหล่านี้จะมีผลใดๆ ต่อยีนของเรา
ข้อ 7. ตอบ ข. ไม่ต้องผ่าน
อธิบาย ไม่มีกฎระเบียบในปัจจุบันที่ต้องทดสอบพืชเหล่านี้กับมนุษย์ ผู้ผลิตจะต้องบอกต่อสำนักงานอาหารและยา ว่ายีนนั้นมาจากไหน และจะต้องเปิดเผยคุณสมบัติทางโภชนาการ นั่นเป็นเพียงความต้องการที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ข้อ 8. ตอบ ข. ไม่ต้องทดสอบ
อธิบาย ไม่มีความต้องการให้ทดสอบว่า พืชดัดแปลงพันธุกรรมเป็นเหตุให้เกิดอาการภูมิแพ้หรือไม่ เมื่อบริษัท Pioneer ใส่ยีนจาก Brazil Nut ไปในอาหาร และพบว่า ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้โดยการทดสอบบนผิวหนัง (skin test) บริษัทได้หยุดการวิจัยนั้น ซึ่งระบบนี้ยังคงใช้ได้อยู่ในปัจจุบัน เมื่ออาหารใหม่ที่ได้มาจากวิธีปกติ นำเข้าไปในตลาดสหรัฐอเมริกา เช่น ผลกีวี การเกิดภูมิแพ้เป็นเรื่องปกติ ไม่มีอาการภูมิแพ้ต่อพืชดัดแปลงพันธุกรรมได้ถูกรายงานไว้ หลังจาก 3 ปี ที่แพร่หลายในสหรัฐอเมริกา
ข้อ 9. ตอบ ค. ไม่ดีกว่า จะไม่ดีกว่าหรือเลวกว่าอาหารที่ผลิตจากพืชปกติ
อธิบาย พืชดัดแปลงพันธุกรรมส่วนใหญ่ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิต จะมีการใช้สารเคมีน้อยลง ภายใต้บางกรณี และมีสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม จะถูกทำลายน้อยลง ด้วยเชื้อราที่ผลิตสารพิษที่ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง แต่ในอนาคตเทคโนโลยีนี้ จะช่วยให้อาหารมีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น เช่น อาหารที่มีวิตามินที่จำเป็น หรือมีสารธรรมชาติที่ส่งเสริมสุขภาพ

[เผยแพร่วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2544]