Make your own free website on Tripod.com
THAILAND BIODIVERSITY CENTER
มีหน้าที่ประสานงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล และติดตามตรวจสอบให้คำแนะนำด้านวิชาการจัดทำกฏเกณฑ์ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติเพื่อประเมินและจัดการเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยทางชีวภาพ
จากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุรักษ์และ ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2543

ข่าวความปลอดภัยทางชีวภาพ
จาก Crop Biotech Update, April 12, 2002
ProdiGene พัฒนา Trypsin ทางเลือกจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม
การขยายแหล่งผลิต trypsin เป็นครั้งแรกจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมแทนที่จะผลิตจากสัตว์ จะเป็นจริงในไม่ช้า ProdiGene, Inc. กล่าวว่า รูปแบบทางเลือกนี้ จะทำให้หมดกังวลเกี่ยวกับโปรตีนที่มาจากสัตว์ ซึ่งเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์ สามารถส่งผ่านมายังมนุษย์ได้ บริษัทในสหรัฐอเมริกามีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนา recombinant protein และการสร้างแหล่งผลิตจากระบบพืช ดัดแปลงพันธุกรรม
Trysin เป็นโปรตีนที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงเซลล์ และเป็นสารตัวกลางในการผลิตเวชภัณท์ ปกติมักจะได้มาจากแหล่งสัตว์จำพวกที่คล้ายคลึงกับสัตว์เคียว เอื้อง เช่น วัว ตลาดของ trypsin เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นสารตัวกลางที่สำคัญในการสร้าง insulin นอกจากนี้ ยังใช้ในตลาดการดูแลผู้บาดเจ็บ ในลักษณะรักษาโดยวิธีรับประทาน ที่มีอาการ inflammatory edema, hematoma และอาการเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับบาดแผลทั้งภายในภายนอกต่างๆ
ProdiGene มีแผนที่จะวางตลาด trypsin ที่ไม่ได้มาจากสัตว์ในปลายปี 2002 และขยายการผลิตให้เต็มความต้องการของตลาดในปี 2003
ในขณะเดียวกัน ProdiGene กำลังทำงานอยู่กับ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (US National Institutes of Health-NIH) ที่จะพัฒนาวัคซีนเอดส์ที่กินได้ NIH ให้ทุนวิจัยที่จะพัฒนาข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมที่จะใช้ในระบบของการรับประทานสำหรับวัคซีนเอดส์ การศึกษาในสัตว์คาดว่าจะเริ่มต้นในปีนี้ เพื่อพิจารณาว่าการย่อยข้าวโพดจะส่งผลตอบสนองต่อความต้านทานโรค
ข่าวสารเพิ่มเติมหาได้จาก ProdiGene, Inc. ที่ www.prodigene.com

จีนจะร่างกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพ
State Environmental Protection Administration (SEPA) ของจีนจะร่างกฎหมายซึ่งเป็น ครั้งแรกที่จะกำกับดูแลเทคโนโลยีชีวภาพ Wang Dehui ผู้อำนวยการของ SEPA's Department of Nature and Ecology Conservation กล่าวว่า SEPA จะร่างกฎหมายด้วยความร่วมมือกับกระทรวงเกษตร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ดูแลด้านคุณภาพ ฝ่ายกักกันและฝ่ายต่างประเทศ
Wang อธิบายว่า กฎหมายจะทำให้เกิดความแน่ใจในความปลอดภัยในการกระทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพืชดัดแปลงพันธุกรรม บางบทบัญญัติ จะรวมถึงความต้องการสำหรับการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบในแปลงและการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการผลิตอาหารดัดแปลง พันธุกรรม และจะมีรายละเอียดของกฎเกณฑ์สำหรับการประเมินและการตรวจสอบการนำเข้า ซึ่งรวมทั้งเมล็ดที่ดัดแปลงพันธุกรรม
กฎระเบียบที่ร่างโดย กระทรวงเกษตรของจีนที่เกียวกับการค้าผลิตผลจากแปลงที่ดัดแปลงพันธุกรรม เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 20 มีนาคม ซึ่งต้องการ ให้ ถั่วเหลือง ข้าวโพด rapeseed เมล็ดฝ้าย และมะเขือเทศ ดัดแปลงพันธุกรรม ต้องติดฉลากอย่างชัดเจนว่า ดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อที่จะ ไม่สร้างปัญหาในทางการค้า จีนจะอนุญาตในเบื้องต้นในระหว่างช่วงผลัดเปลี่ยน 9 เดือนนี้ ซึ่งจะถึงธันวาคม 2002


จีนทำลำดับจีโนมข้าวเป็นสาธารณะ
Beijing Genomics Institute ได้ผลิตร่างลำดับของข้าวชนิด indica และจะทำลำดับจีโนมของ ข้าวที่สมบูรณ์ที่ใช้ประโยชน์ได้ของสาธารณะที่ http://btn.genomics.org.cn/rice งานนี้ได้ลงพิมพ์ในชื่อ ร่างลำดับจีโนมข้าว (Oryza sativa L. sp. indica) ใน Science 296: 79-92
Jun Yu หนึ่งในสี่ของผู้เขียนเรื่อง และผู้นำการสำรวจโครงการข้าว กล่าวว่า การทำฐานข้อมูลให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ได้ จะช่วยผลักดันงานวิจัยข้าว ซึ่งเป็นพืชที่มีความสำคัญมากของจีน
การค้นพบที่น่าสนใจคือ ข้าวมียีนระหว่าง 46,000-55,600 ยีนขณะที่จีโนมมนุษย์มีเพียง 30,000-40,000 ยีน
มีความพยายามที่จะลำดับข้าวที่เกี่ยวกับพันธุ์ japonica อย่างไรก็ดี สถาบันของจีนเป็นสถาบันแรกที่ปลดปล่อยลำดับเต็มเป็นฐานข้อมูลสาธารณะ
ในระยะที่ 2 ของงานวิจัย ทีมวิจัยจะสร้างรายละเอียดลำดับที่มากขึ้น ที่จะรวมแผนที่ทางกายภาพและแผนที่ทางพันธุกรรมเข้าด้วยกันของจีโนมข้าว ลำดับรายละเอียดที่มากขึ้นจะเปิดเผยช่องว่างใดๆ ในร่างปัจจุบันที่อาจมียีนและวางยีนทั้งหมดในกลุ่มหน้าที่ต่างๆ
สถาบันยังคงเกี่ยวข้องกับการลำดับข้าวอื่นๆ อีก 2 พันธุ์ เช่นเดียวกับจีโนมข้าวโพด หมูและไก่
ข่าวสารเพิ่มเติมขอได้จาก Huanming Yang, Beijing Genomics Institute, Chinese Academy of Sciences, Beijing 101300, China หรือที่ hynag@genomics.org.cn


ฟิลิปปินส์จะเพิ่มความสามารถในการกำกับดูแลพืชดัดแปลงพันธุกรรม
ไม่นานมานี้ ฟิลิปปินส์ได้เสนอ Department Administrative Order (DAO) ในการควบคุม การนำเข้าและปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมของพืชและผลิตผลจากพืชที่ได้จากการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ กรมวิชาการเกษตร (DA) เลขานุการ Leonardo Montemayor ลงนาม DAO เพื่อให้แน่ใจว่า ระบบการควบคุมดูแลเป็นระบบที่ใช้ความระแวดระวัง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตผลของ เทคโนโลยีชีวภาพ
Segfredo Serrano เลขานุการผู้ช่วยกรมวิชาการเกษตรด้านนโยบาย วางแผนและวิจัย กล่าวว่า คำสั่งชี้ให้เห็นถึงช่วงผลัดเปลี่ยนจนถึง 30 มิถุนายน 2003 ระหว่างช่วง ผลัดเปลี่ยนนี้ กรมวิชาการเกษตรจะเพิ่มความสามารถของบุคลากรที่ดูแลการใช้ DAO โดยเฉพาะบุคลากรจาก Bureau of Plant Industry (BPI) นอกจากนี้ DA จะพัฒนาคู่มือการดำเนินงานเพื่อทำให้มั่นคงยิ่งขึ้นและให้รายละเอียดในแนวปฎิบัติในการบริหาร
DAO ระบุว่า ผลิตผลที่ได้รับการควบคุม จะได้รับการอนุญาตให้นำเข้าหรือปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมเมื่อผ่านการประเมินความปลอดภัย การทำการประเมิน ความปลอดภัยจะอยู่บนฐานของนโยบายและแนวปฎิบัติเกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัย ที่นำเสนอโดย คณะกรรมการกลางความปลอดภัยทางชีวภาพ แห่งชาติ ของฟิลิปปินส์ (National Biosafety Committee of the Philippines (NBCP) ผลิตผลต้องได้รับการกำหนดจากเจ้าหน้าที่โดย BPI ภายใต้ การเห็นชอบจาก NBCP
การทดสอบในแปลงจากส่วนที่ได้รับการควบคุม เป็นที่ต้องการภายใต้เงื่อนไข ขนาดของแปลงทดลองจะอยู่บนฐานของข้อมูลการประเมิน ความเสี่ยง

อินเดียพัฒนาพันธุ์ฝ้ายบีทีท้องถิ่น
ในไม่ช้าเกษตรกรในอินเดียจะสามารถเลือกเมล็ดฝ้ายบีทีพันธุ์ต่างๆ ในการปลูก Mangla Rai ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไปของ Indian Council of Agricultural Research ประกาศว่า ระบบวิจัยการเกษตรแห่งชาติ (National Agriculture Research System) ได้พัฒนาฝ้ายบีที 3 พันธุ์ เมล็ดท้องถิ่นสามารถนำมาใช้ได้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพจากการเพาะปลูกซึ่งไม่เหมือนกับเมล็ดฝ้ายบีทีอื่นๆ
Rai กล่าวว่า 2 ยีน ที่พัฒนาโดย มอนซานโต้ ได้ประสบผลสำเร็จในการถ่ายฝากในฝ้ายอินเดีย 3 พันธุ์ ที่ Pune-based Central Cotton Research Institute และ University of Agricultural Science, Dharwar, Karnataka เป็นที่คาดว่าเมล็ดที่ใช้ในทางการค้าจะมีปริมาณเพียงพอในอีก 3 ปี
Rai ยังเพิ่มอีกว่า ถ้านักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดีย ประสบผลสำเร็จในการสังเคราะห์ยีน ก็จะมีผลิตผลออกมามากขึ้น เช่น brinjal, กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี chickpea มะเขือเทศ และ pigeon pea

ความรู้สึกต่อต้านสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในยุโรปมีผลต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ
ถ้าสหภาพยุโรปยังคงปล่อยให้มีการต่อต้านเทคโนโลยีสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม มีการ หยุดพักกระบวนการอนุญาตพืชดัดแปลงพันธุกรรมใหม่ๆ และไม่ได้กระตุ้นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ก็คาดว่าจะมีผลต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ อย่างสำคัญ Graham Brookes นักเศรษฐศาสตร์เกษตร ของอังกฤษกล่าวว่า ในทางเศรษฐกิจ สิ่งนี้ไม่ดีสำหรับเศรษฐกิจสหภาพยุโรป
Brookes ให้ข้อสังเกตุว่า สหภาพยุโรป ได้ตกอยู่ข้างหลังในการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรมในทางการค้า สิ่งนี้จะนำไปสู่ การพลาดผลประโยชน์จากเทคโนโลยีของสหภาพยุโรป ในทางกลับกัน สิ่งนี้อาจจะมีผลอย่างสำคัญต่อระดับรายได้ คุณค่า การก่อให้เกิดการจ้าง งาน
รายได้และการก่อให้เกิดการจ้างงานจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ อาจจะสูงกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าสหภาพยุโรปมีความชอบมากในการ ควบคุมสิ่งแวดล้อมที่มีต่อเทคโนโลยีชีวภาพ Brookesให้ข้อสังเกตุว่า ความสำคัญทางการเกษตรของสหภาพยุโรป และในส่วนของอาหาร/เครื่อง ดื่ม อาจจะเผชิญกับการสูญเสียที่สำคัญในการแข่งขันด้านการส่งออก โดยที่ไม่สามารถเข้าถึง เทคโนโลยีการผลิตที่ใช้ต้นทุนต่ำ (สำหรับอุตสาห กรรมอาหารและเครื่องดื่ม) หรือ วัตถุดิบที่มีต้นทุนต่ำ
อ่านบทความที่สมบูรณ์ของ Brookes ที่มีชื่อว่า Anti GM crop sentiment and policies in the European Union: Some economic consequences จาก เว็บไซด์ http://www.isaaa.org/kc

[เผยแพร่วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2545]