Make your own free website on Tripod.com
THAILAND BIODIVERSITY CENTER
มีหน้าที่ประสานงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล และติดตามตรวจสอบให้คำแนะนำด้านวิชาการจัดทำกฏเกณฑ์ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติเพื่อประเมินและจัดการเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยทางชีวภาพ
จากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุรักษ์และ ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2543

ข่าวความปลอดภัยทางชีวภาพ
จาก Crop Biotech Update, March 27, 2002
อินเดียอนุญาตให้ปลูกฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรม
เกษตรกรในประเทศอินเดียขณะนี้สามารถปลูกฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรมเป็นการค้าได้ ซึ่ง คณะกรรมการอนุญาตพันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering Approval Committee-GEAC) ได้อนุญาตให้ปลูก ฝ้ายบีที ภายใต้เงื่อนไข กรณีนี้ เป็นที่เข้าใจถึงการเห็นความสำคัญของการเกษตรในประเทศอินเดีย ทั้งนี้เพราะเป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรมพืชแรกที่ปลูกเป็นการค้าได้ของประ เทศ
GEAC อยู่ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ อนุญาตให้ปลูกฝ้ายลูกผสมดัดแปลงพันธุกรรมจำนวน 3 พันธุ์ ที่พัฒนาโดย Maharashtra Hybrid Seed Company (Mahyco) ด้วยความร่วมมือกับ Monsanto ลูกผสมทั้ง 3 พันธุ์ ได้แก่ Mech- , Mech-162 และ Mech-184 โดยมีระยะเวลาในการอนุญาต 3 ปี เริ่มตั้งแต่ เมษายน 2002 ถึง มีนาคม 2005 สำหรับลูกผสมพันธุ์ที่ 4 (Mech-915) นั้นยังชลอการส่งรายงานการประเมิน
A.M. Gokhale ประธาน GEAC กล่าวว่า เงื่อนไขนั้นได้รับการปรับอย่างดี เงื่อนไขบางอย่างซึ่ง Mahyco จะต้องยินยอมรวมถึงการให้ข่าวสาร เกี่ยวกับปริมาณของเมล็ดที่ผลิต ชื่อของแต่ละผู้ขายและปริมาณที่ขายได้ตลอดฤดูและพื้นที่ปลูกของลูกผสมแต่ละพันธุ์ นอกจากนี้ Mahyco จะ ต้องติดตามและรายงานเกี่ยวกับความต้านทานใดๆ ที่เกิดขึ้น หรือ ความอ่อนแอของพืชในรุ่นต่อไป ที่เกิดจากแมลงศัตรูเป้าหมาย เช่นเดียวกับ ผลกระทบทางลบของการถ่ายละอองเกสรไปยังแปลงข้างเคียง
เกษตรกรที่จะปลูกเมล็ดของ Mahyco จะต้องปลูก ฝ้ายที่ไม่ได้ดัดแปลงพันธุกรรมในปริมาณ 20% ของพื้นที่ปลูก Gokhale ทำให้ชัดเจนขึ้นว่า เกษตรกรจะต้องปลูกอย่างต่ำ 5 แถวรอบนอกแปลงปลูก หรือ 20% ของพื้นที่ทั้งหมด ด้วยฝ้ายปกติ พื้นที่นี้จะเป็นเสมือนที่อาศัยของ bollworm และจะทำให้แน่ใจได้ว่า ฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรมจะไม่กลายมาเป็นอ่อนแอต่อแมลงศัตรูเมื่อเวลาผ่านไป ความต้องการที่จะต้องมีพื้นที่อยู่อาศัย (refuge area)จะตกเป็นหน้าที่ของเกษตรกรไม่ใช่ของบริษัท
Gokhale เพิ่มเติมว่า การตัดสินใจที่มีต่อฝ้ายลูกผสมบีทีทั้ง 3 พันธุ์ เป็นการเห็นพ้องกันอย่างเอกฉันท์ ไม่มีกรรมการท่านใดแสดงการคัดค้าน ทั้งโดยวาจาและการเขียน
ข่าวสารเพิ่มเติมดูได้จาก http://www.blonnet.com/businessline/stories/2002032702500100.html

เกาหลีจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพ
รัฐบาลประเทศเกาหลีได้จัดให้เทคโนโลยีชีวภาพเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญ ที่จะแก้ ปัญหาการแข่งขันที่ต่ำของประเทศ ในตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ จากความตระหนักในความสำคัญของเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ สำหรับการพัฒนาอนาคต เกาหลีจึงตั้งสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรแห่งชาติ (National Institute of Agricultural Biotechnology- NIAB) ในปีนี้
Suhk Chul Suh นักวิจัยอาวุโสของ NIAB กล่าวระหว่างการปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญ FAO-APAARI เกี่ยวกับสถานะของเทคโนโลยีชีวภาพใน การเกษตรในเอเชียและแปซิฟิก ว่า รัฐบาลเชื่อว่า สถาบันสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาการแข่งขันด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร ของเกาหลีในตลาดโลก องค์การอาหารและการเกษตร (FAO) และ Asia Pacific Association of Agricultural Research Institutions (APAARI) ได้จัดสัมมนาเชิงปฎิบัติการเป็นเวลา 3 วัน ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย
เกาหลีได้เห็นก้าวแรกในโครงการเทคโนโลยีชีวภาพด้านพืช ทั้งสาธารณะและบริษัทเอกชนกำลังทำแปลงทดสอบพืชดัดแปลงพันธุกรรม Hungnong Seed Company กำลังทำแปลงทดสอบ hot peper ที่ต้านทานไวรัส Korea Ginseng and Tobacco Research Institute กำลังทำแปลง ทดสอบต้นยาสูบต้านทานไวรัส ขณะที่ Rural Development Administration กำลังทำงานเกี่ยวกับพืชดัดแปลงพันธุกรรมหลายชนิดรวมถึงข้าว

นักวิทยาศาสตร์จาก Missouri ทำแผนที่จีโนมข้าวโพด
นักวิจัยข้าวโพดจาก University of Missouri-Columbia ได้ทำความเข้าใจและได้ให้รายละ เอียดของแผนที่พันธุกรรม (genetic map) ของข้าวโพดอย่างสมบูรณ์ ขณะนี้กำลังรวมงานนี้เข้ากับแผนที่ทางกายภาพ (physical map) ของ โครโมโซมทั้ง 10 ของข้าวโพด
งานวิจัยในระยะเวลา 5 ปี ที่เรียกว่า โครงการจัดทำแผนที่ข้าวโพด (Maize Mapping Project) เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1998 ด้วยทุน 11 ล้านเหรียญ จาก National Science Foundation คาดว่าโครงการจะเสร็จสิ้นในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึง US Department of Agriculture กล่าวว่า แผนที่ที่นำมา รวมเข้าด้วยกันจะเป็นฐานสำหรับงานวิจัยในอนาคตที่นำไปสู่ผลผลิตพืชที่เพิ่มขึ้น มีอันตรายจากสารกำจัดแมลงศัตรูในสิ่งแวดล้อมน้อย และมีอาหารที่ดีกว่า

Pioneer Hi-Bred มีคาโนลาลูกผสมพันธุ์ใหม่
นักวิจัยจาก Pioneer Hi-Bred International, Inc. ได้เพิ่ม คาโนลาลูกผสมที่ทนทานสารกำจัด วัชพืช หนึ่งพันธุ์ และลูกผสมปกติ หนึ่งพันธุ์ ให้เป็นผลิตผลของบริษัทสำหรับฤดูปลูก ปี 2002
Dave Charne ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยคาโนลาของ Pioneer กล่าวว่า คาโนลาลูกผสมให้ผลผลิตที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับพันธุ์ผสมเปิดหลายๆ พันธุ์ นอกจากนี้ ยังแสดงว่ามีการพัฒนาความแข็งแรงในระยะแรก ต้นที่งอกได้เร็วก็จะสร้างทรงพุ่มให้ใกล้ชิดกันได้เร็วขึ้น ทรงพุ่มที่ใกล้ชิดกันก็ จะกันแสงอาทิตย์ ลดการแข่งขันจากวัชพืชในระยะแรกซึ่งจะนำกลับไปสู่ผลผลิตที่สูงขึ้น
Charne อ้างว่า การทดลองในแปลงขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ลูกผสมพันธุ์ใหม่มีผลผลิตสูงกว่า 8-11% หรือ 3-4 bushel ต่อเอ เคอร์ เทียบกับพันธุ์ผสมเปิดที่ให้ผลผลิตสูง
ความทนทานต่อสารกำจัดวัชพืช กำลังเป็นลักษณะที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ปลูกเลือกเมล็ดคาโนลา Charne เพิ่มเติม มากกว่าครึ่งของ ตลาดสหรัฐอเมริกาได้ปลูกคาโนลาดัดแปลงพันธุกรรม

การประชุมสุดยอดของโลกเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน
สิบปีหลังจากการประชุม Rio Earth Summit ในปี ค.ศ. 1992 การประชุมสุดยอดของโลกเกี่ยว กับการพัฒนาที่ยั่งยืน (World Summit on Sustainable Development-WSSD) จะเกิดขึ้นที่ Johannesburg ระหว่าง 26 สิงหาคม - 4 กันยายน ค.ศ. 2002 WSSD (หรือเรียก Rio + 10) จะตรวจสอบอย่างเข้มงวดในความก้าวหน้าและบทเรียนที่ได้เรียนรู้อันเป็นผลมาจาก Rio Summit การ ประชุมจะจัดเวทีสำหรับการพัฒนานโยบายที่จะใช้ในอีก 10 ปี ข้างหน้า เป็นที่คาดว่า ผู้นำจะยอมรับขั้นตอนที่กวดขันและจำแนกเป้าหมาย เชิงปริมาณสำหรับกลยุทธิ์ที่จะนำไปใช้ให้ดีขึ้น
ที่การประชุม Rio Earth Summit ซึ่งได้เข้าถึงข้อสรุปที่สำคัญจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และอนุสัญญาที่สำคัญ 2 อนุฯ ได้ มีการลงนาม นั่นคือ อนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Convention on Climate Change) และ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทาง ชีวภาพ (Convention on Biodiversity) ผู้แทนรัฐบาล และองค์กรอื่นๆ ได้ยอมรับ Agenda 21 ว่าเป็นแบบในความสำเร็จของการพัฒนาอย่างยั่ง ยืน
General Assembly ของสหประชาชาติได้ยอมรับการตกลงใจที่รอคอยเป็นเวลานาน ที่จะจัดการตรวจสอบ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งจะนำหัวหน้า ของรัฐบาล ผู้แทนประเทศ ผู้นำจากองค์การเอกชน นักธุรกิจและกลุ่มสำคัญอื่นๆ มารวมกัน คาดว่าจะมีผู้แทนประมาณ 60,000 คนมาร่วมประ ชุมสุดยอดนี้
ข่าวสารเพิ่มเติมดูได้จาก http://www.johannesburgsummit.org/


[เผยแพร่วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2545]