Make your own free website on Tripod.com
THAILAND BIODIVERSITY CENTER
มีหน้าที่ประสานงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล และติดตามตรวจสอบให้คำแนะนำด้านวิชาการจัดทำกฏเกณฑ์ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติเพื่อประเมินและจัดการเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยทางชีวภาพ
จากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุรักษ์และ ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2543

ข่าวความปลอดภัยทางชีวภาพ
จาก Crop Biotech Update, March 15, 2002
จีนกำลังพัฒนาการจัดการทางการค้าในระยะกลาง (Interim Trade Arrangement)
ท่ามกลางรายงานที่ขัดแย้ง เกี่ยวกับกฎระเบียบทางการค้าของจีน เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เทคโน โลยีทางการเกษตร สถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศจีน ได้ออกคำกล่าว 2 ครั้ง กล่าวว่า จีนกำลังพัฒนาการจัดการในระยะกลาง วัตถุประสงค์ ของการจัดการก็เพื่อที่จะลดความยุ่งยากทางการค้า และเน้นเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาต การเข้าถึงตลาดและการติดฉลาก
Ma Xiuhong รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการค้าต่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Ministry of Foreign Trade and Economic Cooperation) บอกท่านทูต Allen Johnson ประธานคณะผู้ต่อรองทางการเกษตร (Chief Agriculture Negotiator) ของสำนักงานผู้แทนการค้า สหรัฐอเมริกา (Office of the United States Trade Representative) ว่า แถลงการณ์ของการจัดการในระยะกลาง จะออกก่อน 20 มีนาคม 2002 กฎระเบียบทางเทคโนโลยีชีวภาพจะถูกนำมาใช้ในวันนั้น
ท่านทูต Johnson คาดหวังว่า การจัดการในระยะกลาง จะยังคงอนุญาตให้มีการค้าต่อเนื่อง ทั้ง 2 ฝ่ายจะพบกันอีกครั้งในเร็วๆ นี้ เพื่อพูดคุย เกี่ยวกับเรื่องทางวิชาการที่ดีเด่น
ในการพัฒนาด้านอื่นๆ เกษตรกรของสหรัฐอเมริกาขณะนี้สามารถที่จะส่งผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองไปจีนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้ง 2 ประเทศ ได้เข้าถึงข้อตกลงสุดท้าย ซึ่งจีนก็เห็นด้วยเป็นการชั่วคราว ที่จะยอมรับการรับประกันของสหรัฐอเมริกาที่ว่า ถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมนั้น ปลอดภัยต่อการปริโภคของมนุษย์ รายละเอียดดังกล่าวจะเผยแพร่ในไม่ช้า ภายใต้ข้อตกลงรัฐบาลจีนจะยังคงต่อเนื่องที่จะยอมรับใบรับรอง ความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา จนกว่าจะมีระบบใหม่และทำให้กระบวนการออกใบรับรองนั้นใช้เวลาสั้นลง ซึ่งอาจจะถึง 270 วัน
การให้ข่าวสารแก่สื่อสิ่งพิมพ์ของสถานทูตสหรัฐอเมริกาดูได้จาก http://www.usembassy-china.org.cn/press/release/2002/biotech.html และ http://www.usembassy-china.org.cn/press/release/2002/johnson0302.htm

รายงานจุดยืนของสมาคมพิษวิทยา
สมาคมพิษวิทยา (Society of Toxicology-SOT) ซึ่งมีวิสัยทัศย์ที่จะผลักดันโลกแห่งการเป็น ผู้นำและเป็นแหล่งทรัพยากรสำหรับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการใช้พิษวิทยา ได้เสนอรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ อาหารที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพ
รายงานสรุปว่า ศักยภาพของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอาหารที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพนั้น คล้ายคลึงกับอาหารที่ได้มาจากการปรับปรุงพันธุ์ แบบปกติ และมีการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพเพียงเล็กน้อย ในรายงานกล่าวว่า " ไม่มีเหตุผลที่จะคิดว่ากระ บวนการผลิตอาหารจากเทคโนโลยีชีวภาพ จะนำไปสู่ความเสี่ยงที่แตกต่างไปจากธรรมชาติ มากกว่าความเสี่ยงที่คุ้นเคยต่อนักพิษวิทยา หรือ ความเสี่ยงที่ไม่สามารถถูกสร้างขึ้นได้โดยการปฎิบัติในการปรับปรุงพันธุ์ตามปกติ "
เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องยอมรับว่า โตยตัวของผลิตภัณฑ์อาหารเองมากกว่ากระบวนการในการผลิต ที่ควรจะเน้นและให้ความสนใจในการประ เมินความปลอดภัย
สามารถอ่านรายงานนี้ได้จาก http://www.toxicology.org/information/governmentmedia/GMOpaper.doc

คณะกรรมาธิการ Codex เห็นด้วยกับร่างสุดท้ายของการประเมินความเสี่ยงของ อาหารดัดแปลงพันธุกรรม
องค์การอาหารและการเกษตร (Food and Agriculture Organization) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ประกาศว่า คณะทำงานของ Codex Alimentarius Commission ได้มาถึงความตกลงในร่างสุดท้ายของ " หลักการ วิเคราะห์ความเสี่ยงของอาหารที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพ " (Principles for the Risk Analysis of Foods Derived from Biotechnology)
ญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าภาพจัด Codex Intergovernmental Task Force on Foods Derived from Biotechnology ได้ให้กรอบของการประเมินความ ปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารดัดแปลงพันธุกรรม โดยกำหนดความต้องการสำหรับการประเมินความปลอดภัยก่อนออกสู่ตลาด ของอาหารดังกล่าวทุกชนิดบนฐานของแต่ละกรณีๆ ไป ซึ่งจะมองไปถึงผลที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ การจำแนกอันตรายใหม่หรือที่เปลี่ยนไป และ จำแนกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวพันกับสุขอนามัยของมนุษย์ โดยเฉพาะในส่วนของคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญและศักยภาพของส่วนประ กอบที่จะเป็นสารก่อภูมิแพ้
คณะทำงานได้ยอมรับรายละเอียดที่ต้องการ สำหรับการประเมินความปลอดภัยของพืชดัดแปลงพันธุกรรม รวมถึงการทดสอบความเป็นสารก่อ ภูมิแพ้ ข้อตกลงสามารถเน้นถึงความก้าวหน้าในการต่อรองระหว่างชาติ เกี่ยวกับการใช้ระบบการสอบกลับ (tracing system) ที่เกี่ยวกับอาหาร ในการค้าระหว่างประเทศ
งานสุดท้ายของคณะทำงาน จะส่งไปให้ FAO/WHO CodexAlimentarius Commission ในการประชุมที่จะมีขึ้นในเดือน กรกฎาคม 2003 ที่กรุง โรม เพื่อการยอมรับ
เมื่อเนื้อหาของรายงานได้รับการยอมรับก็จะเผยแพร่ที่ http://www.codexalimentarius.net/Reports.htm และ http:///www.fao.org/WAICENT/OIS/PRESS_NE/english/2002/3060-en.html

การติดฉลากจีเอ็มโอจะลดความปลอดภัยของอาหาร
Kim Nill ผู้อำนวยการด้านวิชาการและเทคโนโลยีชีวภาพ ของสมาคมถั่วเหลืองอเมริกัน (American Soybean Association-ASA) ได้เสนอเอกสาร สรุปผลกระทบที่ทราบและที่อาจจะเป็นภัยในอนาคตของมาตรฐาน Codex
Nill กล่าวว่า อาหารที่ผลิตขึ้นก่อนที่จะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีความเสี่ยงโดยธรรมชาติที่สำคัญในการสร้างและการผลิต ขณะที่พืชดัดแปลง พันธุกรรมโดยแท้จริงจะเพิ่มความปลอดภัยของอาหาร ตัวอย่างเช่น ข้าวโพดบีที ที่แสดงให้เห็นว่าลดการใช้สารกำจัดแมลงศัตรู และลดการ ผลิตสารพิษที่เกิดจากเชื้อราในแปลง คล้ายคลึงกัน พืชที่ต้านทานต่อสารกำจัดวัชพืชที่มาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้ให้การควบคุมวัชพืชอย่าง มีประสิทธิภาพมาก
ผู้อำนวยการ ASA ให้ข้อสังเกตุว่า ขณะที่มาถึงการเพิ่มคุณค่า พืชเทคโนโลยีชีวภาพควรที่จะต้องติดฉลากเพราะจะมีความแตกต่างในองค์ประ กอบหรือคุณค่าทางโภชนาการจากพืชปกติ การบังคับการติดฉลากของพืชเทคโนโลยีชีวภาพชที่มีความเทียบเท่าจะ เป็นเหตุให้เกิด การลดลงในการบริโภคพืชเทคโนโลยีชีวภาพในปัจจุบันที่มีความเทียบเท่า เขาเพิ่มเติมอีกว่า ผู้ค้าปลีกอาหารจำนวนมาก และผู้ผลิต ได้ลดการใช้ส่วนประกอบอาหารที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพในผลิตภัณฑ์
Nill เตือนว่า ตราบนานเท่าที่ผู้ผลิตอาหารยังคงต้องการที่จะหลีกเลี้ยงการติดฉลากเทคโนโลยีชีวภาพผ่านทางการเปลี่ยนสูตรส่วนประกอบใหม่ หรือมองหาสิ่งที่ไม่ใช่เทคโนโลยีชีวภาพ ผู้บริโภคจะถูกผลักดันไปสู่ทางเลือกที่ปลอดภัยน้อยลง ซึ่งเป็นผลมาจากการบังคับให้ติดฉลากจีเอ็มโอ
สามารถอ่านรายงานที่สมบูรณ์ได้จาก http://www.inpulsemag.org/english/features/f18.html

เทคโนโลยีชีวภาพในเขตตะวันออกใกล้ (Near East Region)
การประชุมระดับท้องถิ่นตะวันออกใกล้ครั้งที่ 26 ของ FAO (องค์การอาหารและเกษตรแห่ง สหประชาชาติ) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ Tehran, Islamic Republic of Ira เอกสารชิ้นหนึ่งที่เตรียมไว้สำหรับการประชุมมีหัวเรื่องว่า เทคโนโลยีชีวภาพ สำหรับการเกษตร ป่าไม้ และประมง ในเขตตะวันออกใกล้ วัตถุประสงค์ของข่าวสารนี้ก็เพื่อที่จะเพิ่มความตระหนักของประเทศสมาชิก ในเรื่องที่สำคัญนี้ และกระตุ้นให้เกิดโครงการในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ FAO ตระหนักดีว่า เทคโนโลยีชีวภาพมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ที่มี อิทธิพลและประโยชน์ต่อการเกษตร ป่าไม้และประมง และยังก่อให้เกิดความท้าทาย ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการพิจารณาถึงการนำไปใช้ อย่างไร ที่ไหน และเมื่อไร
เอกสารยังเพิ่มเติมให้เห็นว่า ความมั่นคงทางอาหารในท้องถิ่นถูกคุกคาม โดยพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายเป็นส่วนใหญ่ การใช้ประโยชน์ที่มากเกิน ของพื้นที่โดยรอบ และการเปราะบางของระบบนิเวศ การตัดไม้ทำลายป่า การพังทะลายของความหลากหลายทางชีวภาพ และการเสื่อมโทรม ของดิน เทคโนโลยีชีวภาพเสนอโอกาสที่จะเพิ่มความมั่นคงทางอาหารและลดการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม
ในระดับชาติ งานวิจัยทางการเกษตรส่วนใหญ่ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยของรัฐบาล และมีเพียงเล็กน้อยที่ทำโดยมหาวิทยาลัยและส่วนเอกชน มีการใช้เทคโนโลยีชีวภาพระดับต่ำในท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นถึงระบบที่ 80% ของผลิตผลทางการเกษตรเกิดจากเกษตรกรรายย่อย
เรื่องที่สำคัญและที่เกี่ยวข้องที่จะต้องแจกแจงคือ เรื่องของนโยบาย โครงสร้างหลักและการเสริมสร้างขีดความสามารถ ข้อจำกัดในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น สิทธิบัตรทางปัญญา ความมั่นคงทางชีวภาพ การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของความหลากหลายทางชีวภาพ และเรื่องจริยธรรม
ข่าวสารเพิ่มเติมหาอ่านได้จาก http://www.fao.org/Unfao/Bodies/RegConferences/nerc26/26nerc-e.htm

การประชุม TOBACO เรียกร้องให้มีการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ที่ดีขึ้น
InterAcademy Panel ซึ่งเป็นองค์กรทางการศึกษาวิทยาศาสตร์ 80 แห่งจากทั่วโลก ได้จัดให้มีการสัมมนา เชิงปฎิบัติการ ระหว่างนักวิทยาศาสตร์และนักหนังสือพิมพ์เพื่อให้มีการพูดคุยในเรื่องวิธีที่จะพัฒนาการสื่อสารทางด้านวิทยาศาสตร์ในประ เทศกำลังพัฒนา การประชุมนี้ Caribbean Academy of Sciences ใน Tobago รับเป็นเจ้าภาพ
ผู้เข้าร่วมประชุม ยอมรับว่าการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา เป็นกระบวนการทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับ ผู้มีอาชีพทางวิทยาศาสตร์ นักหนังสือพิมพ์ และผู้กำหนดนโยบาย พวกเขาเรียกร้องความต้องการที่จะเสริมสร้างความสามารถให้เข้มแข็งเพื่อ เพิ่มการสื่อสารระหว่างนักวิทยาศาสตร์และนักหนังสือพิมพ์ ข้อเสนอแนะอื่นๆ จะรวมถึง การพัฒนาคำแนะนำสำหรับผู้มีอาชีพในทางการสื่อ สารด้านวิทยาศาสตร์และการจัดตั้งโครงการการติดตามระหว่างนักวิทยาศาสตร์ในประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนา

ความเข้าใจในเทคโนโลยีชีวภาพ: ทางการแพทย์และทางอาหาร
โครงการความร่วมมือในงานวิจัย ที่ให้ทุนโดย คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า ขณะที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ดึงดูดการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง และความเสี่ยงที่ได้รับก็สามารถทนทานได้ แต่การใช้ในทางการเกษตรเพื่อ เป็นอาหาร กลับได้รับการปฎิเสธอย่างกว้างขวาง นักวิทยาศาสตร์ด้านสังคมจาก 16 ประเทศในยุโรป แคนาดาและสหรัฐอเมริกา ได้สำรวจว่า จะเข้าใจเทคโนโลยีชีวภาพได้อย่างไร ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย การสืบข่าวของสื่อสารมวลชน และสาธารณะ
งานวิจัยได้ให้ข้อสังเกตุว่า ตั้งแต่ปี 1996 ได้มีความแตกต่างในความคิดเห็นของสาธารณะเพิ่มขึ้น เกี่ยวกับ เทคโนโลยีสีแดงหรือทางการแพทย์ และ สีเขียว หรือทางการเกษตรเพื่ออาหาร ซึ่งปรากฎว่าสาธารณะชนไม่เต็มใจที่จะสนับสนุนการใช้ที่ไม่ได้รับประโยชน์
นักวิจัยยังพบอีกว่า ระดับของการสนับสนุนเทคโนโลยีชีวภาพจะแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ ประเทศที่สนับสนุนอย่างมากคือ ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ขณะที่ กรีกซ์ ออสเตรีย ฝรั่งเศส และเดนมาร์ก ให้การสนับสนุนเพียงเล็กน้อย ในส่วน ของการยอมรับเทคโนโลยีสีแดง ยาที่ได้มาจากการดัดแปลงพันธุกรรม ได้รับการสนับสนุนจากทุกประเทศ ในเชิงเปรียบเทียบ ประเทศส่วน ใหญ่ต่อต้านอาหารดัดแปลงพันธุกรรม ยกเว้น ฟินแลนด์ สเปน แคนาดาและสหรัฐอเมริกา
ความวิตกกังวลที่เหมือนๆ กันของผู้ให้การตอบสนองคือ ผลที่ยังไม่รู้ของอาหารดัดแปลงพันธุกรรมต่อมนุษย์ในอนาคต และความเป็นไปได้ ที่จะเกิดผลได้ช้ามาก ประชาชนต้องการกฎระเบียบที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังรู้สึกที่จะต้องการกฎระเบียบระหว่างชาติและความร่วมมือ นอก จากนี้เขาให้ข้อสังเกตุถึงการยอมรับความอ่อนแอของสถาบันประชาธิปไตย เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัตข้ามชาติ
รายงานฉบับเต็มดูได้จาก http://www.lse.ac.uk/Depts/lses/

คณะกรรมการฝรั่งเศสผลักดันการทดลองสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม
Jean-Yves Le Deaut ประธานของ French Parliamentary Group on Scientifci Choices (FPGCS) ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากส่วนอาหารและวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า พวกเขากำลังผลักดันนโยบายการอนุญาตการทดสอบในแปลงของ รัฐบาลฝรังเศส แม้จะมีการประท้วงจากการรณรงค์ของผู้มีความคิดเห็นตรงข้าม
FPGSC ที่อ้างโดย Reuters เชื่อว่า การทดสอบสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมนี้ จะไม่ถูกลอบทำลาย เพราะขั้นตอนนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะพิจารณา การแสดงออกทั้งหมดของพืชดัดแปลงพันธุกรรม อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มกำลังสอบถามรัฐบาลฝรั่งเศสในการตรวจตราอย่างแน่น หนาเพื่อป้องกันการบุกรุกของพืชดัดแปลงพันธุกรรมเข้าสู่พืชปกติและพืชอินทรีย์ และกระบวนการทั้งหมดจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน


[เผยแพร่วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2545]