Make your own free website on Tripod.com
THAILAND BIODIVERSITY CENTER
มีหน้าที่ประสานงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล และติดตามตรวจสอบให้คำแนะนำด้านวิชาการจัดทำกฏเกณฑ์ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติเพื่อประเมินและจัดการเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยทางชีวภาพ
จากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุรักษ์และ ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2543

ข่าวความปลอดภัยทางชีวภาพ
จาก Crop Biotech Update, January 25, 2002
เอกสารจากคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ
คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปกำหนดที่จะออกเอกสารเชิงกลยุทธ์ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์แห่งชีวิต และเทคโนโลยีชีวภาพ: กลยุทธ์สำหรับยุโรป เอกสารนี้จะประกอบด้วยแผนปฎิบัติ ที่มีคำแนะนำสำหรับรัฐภาคี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น อุตสาหกรรม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ สหภาพยุโรปยอมรับนโยบายหลักนี้ สำหรับการพัฒนาเพื่อวิทยาศาสตร์แห่งชีวิตและเทคโนโลยีชีวภาพ ในยุโรป
EuropaBio เป็นสมาคมของชาวยุโรปเพื่ออุตสาหกรรมชีวภาพ (European association for bioindustries) ได้ยกย่องความพยายามของคณะ กรรมการสหภาพยุโรป ที่ยอมรับว่า เทคโนโลยีชีวภาพเป็นแหล่งสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเพื่อผลิตผลที่มีพิสัยกว้างขึ้น และจะมีบทบาท ที่สำคัญในการพัฒนาพื้นฐานความรู้ทางเศรษฐกิจ
คณะกรรมาธิการยอมรับว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพที่ยังขาดความชำนาญของยุโรป ต้องอยู่เสมอกับคู่แข่งขันระดับนานาชาติ ประเมินว่าภายในปี ค.ศ.2010 (พ.ศ. 2553) อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพจะรวมอยู่ในตลาดโลกมากกว่า 2 ล้านล้าน ยูโร (1.762 ล้านล้าน เหรียญสหรัฐ) และงบประมาณส่วนใหญ่นี้จะถูกนำไปใช้นอกสหภาพยุโรป " เรามีบริษัทในจำนวนที่มากกว่าสหรัฐอเมริกาแต่เราสร้าง ผลิตภัณฑ์ได้น้อยกว่ามาก " ซึ่ง กล่าวโดย Hugo Schepens เลขานุการทั่วไปของ EuropaBio
ได้มีการกล่าวถึงในเอกสารว่า การชักช้าของสาธารณชนในการยอมรับผลิตผลจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ส่งผลกระทบต่อความ สามารถของยุโรปที่จะแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีชีวภาพของโลก ส่งผลให้เกิดความอ่อนแอในความสามารถในงานวิจัยและจำกัดทางเลือก ในนโยบายในอนาคต
ในเรื่องอื่นๆ คณะกรรมาธิการยอมรับถึงความจำเป็นที่จะต้องให้ความตระหนักต่อสาธารณชนในเรื่องของประโยชน์จากเทคโนโลยีชีวภาพ ที่สามารถมีส่วนช่วยในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม การดูแลสุขภาพและความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา คณะกรรมาธิการได้อ้างถึงความก้าวหน้าในเรื่องของยาที่ใช้ในการรักษาและป้องกัน พืชที่ต้านทานต่อแมลงหรือที่มีคุณค่าทางอาหารสูงขึ้น ลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชและลดการพังทะลายของดิน พลาสติกที่ย่อยสลายทางชีวภาพ พลังงานที่สามารถสร้างขึ้นมาได้ใหม่ และการกำจัด ของเสียที่มีอันตราย
คณะกรรมาธิการมีแผนที่จะเสนอเอกสารนี้ต่อผู้นำของสหภาพยุโรป (EU head of state and government) ในเดือนมีนาคม 2002 (2545) ที่การประชุมสุดยอดใน Barcelona ประเทศสเปน
ดูข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://europa.eu.int/comm/biotechnology/introduction_en.html

อินเดียจะตัดสินใจเกี่ยวกับพืชดัดแปลงพันธุกรรมในเร็วๆ นี้
ประเทศอินเดียยังอยู่ในอีกไม่กี่ขั้นตอนในการที่จะอนุญาตให้ปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรมเป็นการค้า คณะกรรมการให้การยอมรับพันธุวิศวกรรมของอินเดีย (India's Genetic Engineering Approval Committee-GEAC) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวง วิทยาศาสตร์และป่าไม้ กำลังรอรายงานของรัฐบาลเกี่ยวกับงานวิจัยที่ทำมาเป็นเวลาหลายปี ในเรื่องของเมล็ดพืชน้ำมัน (oil seed) และฝ้าย ก่อนที่จะทำการเผยแพร่การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของพืชดัดแปลงพันธุกรรมในเดือนกุมภาพันธ์นี้
Vivek Bharti ที่ปรึกษาของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหพันธรัฐอินเดีย (Federation of Indian Chambers of Commerce and Industry-FICCI) กล่าวว่า พืชดัดแปลงพันธุกรรมนั้นให้ศักยภาพในการที่จะได้รับประสิทธิผลที่มากมาย เขายังเพิ่มเติมอีกว่า " ถ้าการเพิ่มประสิทธิภาพ ชนิดที่เห็นได้ในประเทศจีน ซึ่งเป็นไปได้ในอินเดีย เมื่อนั้นสามารถกล่าวได้อย่างแน่นอนว่า พืชดัดแปลงพันธุกรรมจะเป็นสัญญาณที่ดีมาก สำหรับการเกษตรของชาวอินเดีย " เขาเชื่อว่า เทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรม จะแบ่งเบาการเกษตรของชาวอินเดีย ซึ่งเป็นฐานของเศรษฐกิจ ในชนบทของอินเดีย รายงานในปี 2001 (2544) โดย สมาพันธ์อุตสาหกรรมอินเดีย (Confederation of Indian Industry) ยืนยันว่า ตลาดของชาติ ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพมีค่าอยู่ที่ 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5 เท่าตั้งแต่ปี 1997 (2540)
ในการพัฒนาด้านอื่นๆ เมื่อเร็วๆ นี้ GEAC ได้อนุญาตให้มีการทดลองขนาดใหญ่ และมีการประเมินในหลายสถานที่ของ mustard (พืชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในสกุล Brasica เมล็ดมีกลิ่นฉุนและแสบร้อน ใบใช้ทานได้) ที่ทนทานต่อสารกำจัดวัชพืช ซึ่งเป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรมชนิดที่ 2 ที่ได้มีการทดสอบ หลังจากฝ้ายบีทีของ Monsanto-Mayhco
Progro Seed Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทของหลายเชื้อชาติ และขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Aventis CropScience ของเบลเยี่ยม ได้พัฒนา mustard ลูกผสมและอ้างว่า ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ที่มีอยู่เดิม 25%

ถั่วเหลืองจากเทคโนโลยีชีวภาพให้ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
จากการสำรวจที่ทำโดย สมาคมถั่วเหลืองแห่งอเมริกา (American Soybean Association-ASA) และศูนย์แห่งชาติสหรัฐอเมริกาเพื่อนโยบายอาหารและการเกษตร (US National Center for Food and Agricultural Policy-NCFAP) ได้พิสูจน์ ให้เห็นว่า การใช้ถั่วเหลืองทนทานสารกำจัดวัชพืช จะให้ประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวอเมริกัน Bart Ruth ประธานของสมาคมถั่วเหลืองแห่ง อเมริกา รายงานว่า การควบคุมวัชพืชที่พัฒนาผ่านทาง ถั่วเหลืองทนทานสารกำจัดวัชพืช มีปริมาณพื้นที่ปลูกมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับ พื้นที่ของการไถพรวนปกติ ถั่วเหลือง Roundup Ready ปัจจุบันมีถึง 68% ของพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นข้อมูลของ US Department of Agriculture หรือประมาณ 74% ซึ่งเป็นข้อมูลจากการสำรวจของ ASA
หนึ่งในหลายประโยชน์ที่สำคัญคือ การลดการปฏิบัติในการไถพรวน จากการสำรวจของ ASA รายงานว่า เกือบ 50% ผู้ปลูกถั่วเหลืองยกเลิก การไถพรวน อีก 34% ของพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองจัดการด้วยระบบลดการไถพรวน การลดการไถพรวนนี้ให้ประโยชน์ไม่เพียงแต่เกษตรกร แต่ยังให้ประโยชน์ต่อชีวิตสัตว์ป่าด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ระบบนิเวศภายในแปลงปลูกจะถูกอนุรักษ์และมากไปกว่านั้น ผิวหน้าดินจะยังคงอยู่ แทนที่จะถูกชะล้างลงไปในลำคลอง ซึ่งส่งผลให้รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน
นอกจากลดการไถพรวน NCFAP ยังแสดงให้เห็นว่า มีการใช้สารกำจัดวัชพืชน้อยลง 19 ล้านครั้งต่อปีเทียบกับในปี 1995 (2538) ก่อนที่จะมีถั่ว เหลืองทนทานสารกำจัดวัชพืช

อังกฤษจะสิ้นสุดการประเมินพืชดัดแปลงพันธุกรรมในระดับฟาร์ม
ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายของโครงการสามปีที่จะประเมินในระดับฟาร์ม (farm scale evolution-FSE)ใน ประเทศอังกฤษ ซึ่งรอบสุดท้ายของการทดลองจะปลูกในฤดูใบไม้ร่วง พืชดัดแปลงพันธุกรรมจะได้รับการประเมินเกี่ยวกับผลที่มีต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันทำการทดสอบทั้งหมด 178 สถานที่ เพื่อศึกษาถึงผลของสารกำจัดวัชพืชเฉพาะที่มีต่อชีวิตสัตว์ป่า ที่เกี่ยวข้องกับพืช ดัดแปลงพันธุกรรม โดยเปรียบเทียบกับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันตามวิธีปกติ ในขณะนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาการปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม (Advisory Committee on Releases to the Environment) ได้ประเมินว่า พืชนั้นปลอดภัยต่อสุขอนามัยของมนุษย์และสัตว์ และปลอดภัยต่อ สิ่งแวดล้อม
คณะกรรมการวิทยาศาสตร์ (Scientific Steering Committee) ที่เป็นอิสระและเป็นที่ปรึกษาโครงการ แนะนำว่า ควรที่จะปลูก rapeseed oil (เมล็ด พืชคาโนลาที่ใช้ทำน้ำมันพืช) ในจำนวน 32 สถานที่ และ beet (พืชที่รากกลายเป็นหัวใช้รับประทานและทำเป็นน้ำตาลทราย) ในจำนวน 25 สถานที่ ทั่วประเทศอังกฤษในในฤดูใบไม้ผลินี้ ผู้ประานงานหลักของอุตสาหกรรมการทำฟาร์มและเทคโนโลยีชีวภาพ และผู้ปลูกจะตกลงกัน ในเรื่องของสถานที่ปลูก กรมสิ่งแวดล้อม อาหารและงานในชนบท (Department for Environment Food and Rural Affairs) จะได้รับคำแนะนำ เกี่ยวกับการใช้ six-figure grid reference สำหรับการคัดเลือกสถานที่
การปลูกจะเริ่มต้นในวันที่ 15 มีนาคม ขึ้นกับสภาพอากาศ ส่วนสถานที่ปลูกข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมจะกำหนดได้อย่างช้าในเดือน กุมภาพันธ์
ข่าวสารเพิ่มเติมอ่านได้จากเว็บไซด์ของ กรมสิ่งแวดล้อม อาหารและงานในชนบท (http://www.defra.gov.uk)

สหรัฐอเมริกาเปิดตลาดโลกด้วยสินค้าดัดแปลงพันธุกรรม
อ้างถึง Agence France Presse ที่กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาพยายามชักจูงสมาชิกองค์การค้าโลก 143 ประเทศ ให้เปิดตลาด เพื่อสินค้าที่มาจากการดัดแปลงพันธุกรรม ผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกา Robert Zoellick ถูกอ้างว่ากล่าวว่า สินค้าเทคโนโลยีชีวภาพ รวม ทั้งอาหารดัดแปลงพันธุกรรม เป็นสิ่งซึ่งมีศักาภาพมากที่จะใช้ต่อสู้กับความอดอยากและการขาดสารอาหาร
Zoellick กล่าวคำกล่าวนี้หลังจากพบกับผู้ที่มีส่วนร่วมจากแอฟริกาและเอเซีย และประเทศผู้ส่งสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่ม Cairns เขาอ้างว่า การไม่ยินยอมที่จะยอมรับสินค้าเกษตรที่มีการดัดแปลงพันธุกรรม ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก ความกลัวและขาดความรู้หรือพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์


[เผยแพร่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545]