Make your own free website on Tripod.com
THAILAND BIODIVERSITY CENTER
มีหน้าที่ประสานงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล และติดตามตรวจสอบให้คำแนะนำด้านวิชาการจัดทำกฏเกณฑ์ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติเพื่อประเมินและจัดการเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยทางชีวภาพ
จากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุรักษ์และ ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2543

ข่าวความปลอดภัยทางชีวภาพ
จาก Crop Biotech Update, December 21, 2001
แอฟริกาใต้ยอมรับพืชอาหารพืชแรกที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพ
เกษตรกรแอฟริกาใต้ ได้เสร็จสิ้นการปลูกพืชอาหารพืชแรกที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพในเชิงการค้า นั่นคือถั่วเหลืองทนทานต่อสารเคมีปราบ วัชพืช ที่ ได้รับการยอมรับและอนุญาตให้ปลูกเพื่อการค้าได้เมื่อต้นปีนี้ โดย Executive Council for Genetically Modified Organisms ซึ่งเป็นผู้ ตรวจสอบข้อมูลที่นำเสนอเพื่อขอการยอมรับผลิตผลจากเทคโนโลยีชีวภาพ และเกษตรกรได้ปลูกอยู่ในพื้นที่ประมาณ 7,000 เฮกแตร์ หรือประมาณ 43,750 ไร่ ถั่วเหลืองนี้เป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรมชนิดที่ 4 ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกเป็นการค้าในแอฟริกาใต้ ตั้งแต่ปี ค.ศ 1998 (พ.ศ. 2541) มี พืชดัดแปลงพันธุกรรม 3 ชนิด ที่ยอมรับให้ปลูกเป็นการค้าได้ ได้แก่ ข้าวโพดบีทีสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์ ฝ้ายบีทีและฝ้ายทนทานต่อสารเคมี ปราบวัชพืช
OECD เรียกหาความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัยในเทคโนโลยีชีวภาพ
องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้จัดการประชุมเรื่อง สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม (Living Modified Organisms (LMOs) and the Environment) เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ในรัฐ North Carolina สหรัฐอเมริกา มีนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมประชุมประมาณ 250 คนเป็น โดยเป็นผู้แทนในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จาก 45 ประเทศที่เป็นสมาชิกและไม่เป็น สมาชิก OECD การประชุมใช้เวลา 3 วัน และได้เห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมมีความปลอดภัยมากกว่า และให้ความมั่นคง ทางอาหารมากกว่า แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังคงต้องมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
หลายประเทศที่เข้าร่วมประชุม เรียกร้องให้มีการคำนึงถึงผลกระทบซึ่งกันและกันระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคมให้มากขึ้น โดยเน้นถึง ความสำคัญของความต้องการของประชาชนในประเทศนั้นๆ ขณะเดียวกันก็ปกป้องสิ่งแวดล้อม
เลขานุการทั่วไปของ OECD ที่ชื่อ Donald Johnston ได้ชักชวนนักวิทยาศาสตร์ในที่ประชุม ให้หาช่องว่างและสพานเชื่อมโยงความรู้เพื่อนำไปสู่ ความสมดุลระหว่างโอกาสและความปลอดภัย เขายังเน้นถึงความต้องการในการสื่อสารกับสาธารณะ และการพูดคุยในเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
จากการศึกษาที่ทำเป็นกรณีๆ ไป ได้เพิ่มประสบการณ์ ในเรื่องของการประเมินความปลอดภัย ซึ่งแนวทางนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่าง ในนิเวศเกษตรและสภาพเศรษฐกิจ-สังคมระหว่างประเทศสมาชิก และระหว่างประเทศสมาชิกและไม่ใช่สมาชิก อย่างไรด็ดี โครงสร้างของ การประเมินความปลอดภัยและข้อกังวลที่กล่าวถึง มีหลายประเด็นที่คล้ายคลึงกันในหลายๆ ประเทศ ในขณะที่ความคล้ายคลึงยังมีอยู่ และพบความหลากหลายในวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ท้าทายในขณะนี้คือการทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการประเมินความปลอดภัย โดยหวังว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่มีอยู่รอบโลก ในระบบควบคุมดูแลระดับชาติได้อย่างเต็มที่
หัวข้อในการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม การนำเสนอ และสรุปผลการประชุมดูได้จาก http://www.oecd.org/ehs/raleigh

ผู้วิจัยระดับนานาชาติ: พืชดัดแปลงพันธุกรรมป้องกันอันตรายที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อม
ในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการที่เกี่ยวข้องกับ Entomological Society of America (ESA) ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิจัย 7 คนจากทุกมุมโลก เสนอข้อมูลใหม่ที่ได้จากการศึกษา โดยแสดงให้เห็นว่า พืชบีทีที่ป้องกันแมลงศัตรู ซึ่งพัฒนาโดยวิธีทางเทคโนโลยี ชีวภาพ ส่งผลให้เกิดศักยภาพในการเกษตรยั่งยืนมากขึ้น หลักฐานที่เสนอแสดงให้เห็นว่า ประชากรแมลงที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นในพืชบีทีที่ ดัดแปลงพันธุกรรม และพืชเหล่านี้อาจจะเป็นวิธีหนึ่งในการผลิตทางการเกษตร ที่จะนำไปสู่ความสมดุลทางธรรมชาติที่ดีกว่า
จุดเด่นในบางประเด็นจากการนำเสนอนี้ ได้แก่
  • ได้ทำการศึกษาในพืชจำนวนมาก โปรตีนบีที และและเขตภูมิ-ชีวะ (bio-climatic zone)
  • มีการทดแทนสารเคมีที่ใช้ได้ในวงกว้างด้วยโปรตีนบีที่ที่แสดงในส่วนต่างๆ ของพืช ซึ่งจะช่วยลดการใช้สารเคมีปราบแมลงศัตรูลงได้เป็นอย่างมาก และในบางพื้นที่ให้การอารักขาพืชได้ดีกว่าวิธีการควบคุมแบบปกติ
  • สำหรับชนิดพันธุ์ที่มิใช่เป้าหมายมีการเจริญเติบโตอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านี้จะถูกควบคุมโดยสารเคมีปราบแมลงศัตรู
  • ในบางพื้นที่ ประชากรแมลงที่เพิ่มขึ้น อาจจะช่วยให้ถิ่นที่อยู่อาศัยดีขึ้น และมักจะพบเห็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังเช่น กบและนกใน แปลงที่ปลูกด้วยพืชบีทีอยู่บ่อยๆ
การหาลำดับจีโนมของพันธุวิศวกรรมทางธรรมชาติของพืช
นักวิทยาศาสตร์ของ Cereon Genomics, Monsanto ที่มีฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกา และ University of Richmond ได้ลงพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อธิบายถึงการเรียงลำดับจีโนมของแบคทีเรียที่มีชื่อ Agrobacterium tumefaciens ชนิด C58 เนื่องจากสิ่งมีชีวิตนี้ มีความสามารถที่จะ ถ่ายฝากดีเอ็นเออย่างธรรมชาติเข้าสู่เซลล์ของพืช จึงได้มีการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1907 (พ.ศ.2450) เมื่อนักวิทยาศาสตร์แสดง ให้เห็นว่า A. tumefaciensเป็นสาเหตุของโรคพืชที่เรียกว่า crown gall ผลงานวิจัยในระหว่างปี ค.ศ.1970 (พ.ศ. 2513) และ ค.ศ.1980 (พ.ศ. 2523) ได้แสดงให้เห็นว่า แบคทีเรียชนิดนี้สามารถถ่ายฝากชิ้นส่วนของดีเอ็นเอของตัวเองเข้าไปในดีเอ็นเอพืชได้ ดังนั้นการนำยีนใหม่เข้าไป จึงนำไปสู่การสร้างปม การดัดแปลงดีเอ็นเอของแบคทีเรียนี้ ในห้องปฎิบัติการ เพื่อที่จะเอายีนที่เกี่ยวกับการสร้างปมออก ส่งผลให้เกิดการนำยีน อื่นๆ เข้าสู่พืช
" ความเข้าใจของเราที่มีต่อแบคทีเรียนี้ และความสามารถในธรรมชาติที่จะฝากถ่ายยีนเข้าไปในพืชอย่างคงที่ ทำให้เกิดการพัฒนาในพืชหลายชนิด โดยวิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ และส่งผลให้มีพืชดัดแปลงพันธุกรรมสำหรับเกษตรกรหลายรายที่กำลังปลูกในขณะนี้ การได้มาซึ่งลำดับจีโนม จะช่วยพัฒนากระบวนการผลิตพืชพันธุ์ใหม่โดยวิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ " กล่าวโดย Dr. Steve Slater หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่เกี่ยวข้องในโครงการหาลำดับจีโนม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sciencemag.org

รายงานชิ้นใหม่เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารที่ได้จากการดัดแปลงพันธุกรรมที่ผ่านการยอมรับ
รายงานชิ้นใหม่นี้ เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม โดย CropGen ได้ชี้ให้เห็นหลักฐานจากแหล่งต่างๆที่หาได้จากสาธารณะมากกว่า 100 ชิ้น ที่แสดงให้เห็นว่า อาหารที่มาจากการดัดแปลงพันธุกรรมที่ผ่านการยอมรับแล้วนั้น ในทางปฎิบัติอย่างน้อยก็มีความปลอดภัยเท่าเทียมกับอาหารอื่นๆ ในซูปเปอร์มาร์เก็ต
รายงานนี้ใช้ชื่อว่า อาหารที่มาจากการดัดแปลงพันธุกรรมในสหราชอาณาจักร์ปลอดภัย 100% หรือ เขียนโดย ศาสตราจารย์ Vivian Moses ประธานในคณะบุคคลของ CropGen เกี่ยวกับการตรวจสอบขั้นตอนการควบคุมการประเมินทางด้านสุขอนามัยของอาหารใหม่ (novel foods) โดยเฉพาะอาหารที่มาจากการดัดแปลงพันธุกรรม มีรายละเอียดที่เป็นข้อสังเกตุจากผู้ตรวจสอบและบทสรุปที่ประกาศว่ามีความปลอดภัยจาก ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการยอมรับ ลักษณะของรายงานยังเป็นเหมือนคู่มือที่มีข้อมูลจำนวนมากที่รวบรวมมาจากอาหารที่มาจากการดัดแปลง พันธุกรรม ที่ผ่านการยอมรับให้บริโภคได้ในสหราชอาณาจักร์ ซึ่งรวมถึงข้าวโพด 3 พันธุ์ oilrape seed 3 พันธุ์ ถั่วเหลืองและมะเขือเทศอย่างละ 1 พันธุ์
ศาสตราจารย์ Moses สรุปว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา การส่งเสริม และการยอมรับอาหารที่มาจากการดัดแปลงพันธุกรรม สำหรับการบริโภค ของประชาชนได้ทำงานกันอย่างละเอียด นับว่ารายงานนี้ ได้ช่วยให้เข้าถึงการตรวจวัดความเป็นจริงที่ยิ่งใหญ่ และได้สร้างความสมดุลในการโต้แย้งสาธารณะ ในสหราชอาณาจักร์ เกี่ยวกับพืชดัดแปลงพันธุกรรม ผู้วิจารณ์จะไม่สามารถอ้างได้อีกต่อไปว่า เทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรมนี้ได้ทำการทดสอบอย่างอิสระ แต่มีกฎระเบียบมาบังคับและในรายงานนี้ได้แสดงให้เห็นว่าจะศึกษากฎระเบียบได้ที่ไหน

รายงานนี้มีให้อ่านที่ CropGen website (http://www.cropgen.org)

[เผยแพร่วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2544]