Make your own free website on Tripod.com

Intestinal Anthrax


Intestinal Anthrax

พ.อ. สุรพล สุรางค์ศรีรัฐ
หน่วยทางเดินอาหาร ร.พ.พระมงกุฎเกล้า กทม.

การติดต่อ แอนแทร็กซ์ระบบทางเดินอาหาร เกิดจากการรับประทานเนื้อ เลือด ของสัตว์ที่เสียชีวิตด้วยโรคนี้ โดยเฉพาะเนื้อวัว เนื้อควาย ในรูปของลาบเนื้อ ลาบเลือด ซึ่งมิได้ทำให้สุก ทำให้ได้รับเชื้อ หรือ สปอร์ของเชื้อ เข้าสู่ทางเดินอาหาร เชื้อเจริญเติบโต ในเยื่อบุ และ ต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดเป็นแผลในลำไส้ โดยเฉพาะ ในสำไส้เล็กส่วนปลาย (ileum) และ ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (cecum) และ ต่อมน้ำเหลืองขั้วลำไส้ ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง โตและอักเสบ ก่อนกระจายเข้าสู่กระแสเลือด

ระยะฟักตัว หลังจากรับประทาน อาหารเนื้อสัตว์ ที่ปนเปื้อนเชื้อแล้ว 2 - 5 วัน

อาการแสดง ไข้ ปวดท้องอย่างรุนแรงทั่วไป ท้องเสีย และ อาเจียน อุจจาระมีเลือดสดๆ ภายในสองสามวัน มีอาการซีด ไข้สูง อ่อนเพลีย อาการหนักมาก มีภาวะช็อค และ ถึงแก่กรรมได้ บางคนพบมีอาการท้องบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังเริ่มมีอาการอื่นๆแล้ว 2-4 วัน

ภาวะแทรกซ้อน ที่พบร่วมกับแอนแทร็กซ์ทั้งสามชนิด(ฝิวหนัง ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ) ได้แก่
1. เซ็พติซีมิค แอนแทร็กซ์ (septicemic anthrax) ประมาณร้อยละ 10-20 ของโรคแอนแทร็กซ์ ที่ไม่ได้ให้การรักษา พบว่าเชื้อจะลุกลาม จากต่อมน้ำเหลือง ที่อักเสบ เข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดแอนแทร็กซ์ ชนิดกระจาย (disseminated anthrax) มีอาการรุนแรง ไข้สูง อ่อนเพลียมาก และ ถึงตายได้โดยเร็ว มักพบว่า ผู้ป่วยเหล่านี้ มีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง และ ของเมดิแอ็สตินั่ม
2. แอนแทร็กซ์ที่เยื่อหุ้มสมอง (meningeal anthrax) พบไม่บ่อย แต่มีอาการรุนแรง ถึงตายได้ ผู้ป่วยมีอาการสับสน กระวนกระวาย เอะอะ จนกระทั่งหมดสติ ไม่รู้สึกตัว ตรวจพบความผิดปกติ ทางระบบประสาท น้ำไขสันหลังขุ่น เป็นหนอง และ / หรือ มีสีแดงปนเลือด

การวินิจฉัยทางคลีนิค ผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินอาหาร พร้อมๆกันหลายๆคน คล้ายอาหารเป็นพิษ แต่อาการรุนแรงกว่า อาหารเป็นพิษมาก เช่น มีไข้สูง ปวดท้องอย่างรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด อาการของโลหิตเป็นพิษ คอเข็ง ช็อค หรือ มีอาหารท้องบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก exotoxins สองตัวคือ edema toxin(ET) และ lethal toxin(LT) ซึ่งเป็นตัวการ ทำให้เกิดอาการบวม และ ต่อมน้ำเหลือง หรือ เนื้อเยื่อตาย พยาธิสภาพส่วนใหญ่ เป็นแผลอยู่ที่ cecum, terminal ileum แต่อาจพบ เป็นแผลในคอ ได้

การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ
1. ย้อมสีกรัมจากอุจจาระ เลือด เนื้อเยื่อที่สงสัย แล้วพบแบคทีเรียกรัมบวกรูปแท่งปลายตัดขนาดใหญ่ เป็นรัวเดี่ยวๆ ไม่มีสปอร์ อาจเห็นแคปซูลบางๆ หรือ เชื้ออาจเจริญติดกันเป็นเส้นก็ได้
2. Fluorescent antibody

1. การเพาะเชื้อสามารถทำได้ ด้วยวุ้นเลี้ยงเชื้อธรรมดา แต่เนื่องจากเชื้อนี้ มีความรุนแรงมาก ขั้นตอนการแยกเชื้อ ควรกระทำอย่างระมัดระวัง ในห้องปฏิบัติการ ที่มีเครื่องกำบัง จากการติดเชื้อทางอากาศ ได้เท่านั้น มิฉะนั้นจะเป็นอันตราย ต่อบุคคลากรทางห้องปฏิบัติการแยกเชื้อได้
2. การตรวจทางซีรัม complement fixation tests และ indirect microhemagglutination test ขาดความไวและความจำเพาะ
3. Enzyme-linked immunosorbent assay and electrophoretic immunosorbent blots พบว่ามีความไว และ ความจำเพาะสูงต่อ แคปซูล และ toxin ตามลำดับ

การรักษา Penicillin G 2 gm i.v. ทุก 2 ช.ม. โดยเริ่มเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยาอื่นสำหรับผู้ที่แพ้ยา เพนนิซิลลิน ได้แก่ tetracyclin, chloramphinicol, ciprofloxaxin

การป้องกัน
1. ไม่ทานเนื้อหรือเลือดวัวควายที่ไม่สุก
2. รับประทานยาปฏิชีวนะในทหารที่อยู่ในพื้นที่ที่ทำสงครามชีวภาพ

หนังสืออ้างอิง
1. นิภา จรูญเวสม์ และคณะ 2532 โรคแอนแทร็กซ์ หนังสือโรคเขตร้อน ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง โครงการตำราศิริราช หน้า 357-362
2. Donald Armstrong and Jonathan Cohen 1999 Anthrax in Infectious diseases Mosby Harcourt Publishers Ltd. P. 8.15.7-9