อำนาจหน้าที่


" ประสานงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล และติดตามตรวจสอบ ให้คำแนะนำด้านวิชาการ จัดทำกฏเกณฑ์ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติ เพื่อประเมินและจัดการเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยทางชีวภาพ "


กำหนดไว้ใน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2543

[BACK]

นโยบายระดับชาติ

คณะอนุกรรมการนโยบายสินค้าเทคโนโลยีชีวภาพ ได้มอบหมายให้ คณะทำงานกำหนดมาตรการทางด้านการผลิตและการค้าสินค้าเทคโนโลยี ชีวภาพ ปรับปรุงร่างนโยบายสินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลงพันธุกรรม (พ.ศ. 2545-2549) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ในร่างดังกล่าว ประกอบด้วยนโยบาย 6 ด้าน คือ
    1. ด้านการผลิต
  • ประเทศไทยยังไม่ผลิตพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ หรือใช้จุลินทรีย์ดัดแปลงพันธุกรรม ในกระบวนการผลิตเพื่อการค้า ยกเว้น จะมีการประเมินบน พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า มีความปลอดภัยทางชีวภาพแล้ว

    2. ด้านการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี
  • สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพการวิจัย การผลิตสินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลงพันธุกรรม ให้มีความเข้มแข็ง นำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค
  • ส่งเสริมการพัฒนาความรู้และประสบการณ์แก่ผู้ปฎิบัติงานเกี่ยวกับสินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลงพันธุกรรม ในด้านต่างๆ เช่น การวิจัย การตรวจวิเคราะห์ ในห้องปฎิบัติการ การประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพ และการวิเคราะห์ความเสี่ยง เป็นต้น

    3. ด้านการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพ
  • การประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพและการวิเคราะห์ความเสี่ยง ของสินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลงพันธุกรรม บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ มีขั้นตอนการดำเนินงานที่โปร่งใส โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ โดยใช้มาตรการเดียวกันกับสินค้านำเข้าและสินค้าที่ผลิตภายใน ประเทศและส่งออก
  • ในกรณีที่พบว่า สินค้านั้นมีโอกาศที่จะก่ออันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคบางกลุ่ม ต้องแจ้งข้อมูลบนฉลาก โดยใช้มาตรการเดียวกันกับสินค้า นำเข้าและสินค้าที่ผลิตภายในประเทศและส่งออก
  • ติดตามผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว หลังได้รับอนุญาตให้ผลิต/ปลูกหรือจำหน่ายแล้ว

    4. ด้านการค้า
  • การนำเข้าสินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลงพันธุกรรม และการค้าภายในประเทศต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพและการวิเคราะห์ ความเสี่ยง
  • สนับสนุนให้มีการเตรียมความพร้อมด้านการส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลงพันธุกรรมที่มีความปลอดภัยทางชีวภาพ และสอดคล้องกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและความต้องการของประเทศคู่ค้า

    5. ด้านการประชาสัมพันธ์
  • การรวบรวม การวิเคราะห์ และส่งเสริมการรวบรวม การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านวิชาการ การค้า ขั้นตอนการปฎิบัติงานของรัฐ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลงพันธุกรรม ทั้งในและต่างประเทศ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนทราบอย่างถูกต้อง เป็นกลางและโปร่งใส

    6. ด้านการมีส่วนร่วม
  • สนับสนุนการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ในการนำนโยบายด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลง พันธุกรรมไปปฎิบัติ และสนับสนุนให้มีการกำหนดแนวทางการค้าระหว่างประเทศของสินค้าอาหารและเกษตรดัดแปลงพันธุกรรมที่ชัดเจน
[BACK]

โครงสร้างการบริหารจัดการ

ในปี 2535 ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้จัดตั้ง คณะกรรมการกลางความปลอดภัยทางชีวภาพ (National Biosafety Committee -NBC) เพื่อทำหน้าที่พิจารณาความปลอดภัยในการวิจัยและพัฒนาทางพันธุวิศวกรรม ในเวลาต่อมา ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นภายใต้ NBC 3 ชุด ได้แก่ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาความปลอดภัยในการวิจัยและพัฒนาทางพันธุวิศวกรรมเป็นการเฉพาะด้าน ซึ่งจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการดำนินงานมาก ยิ่งขึ้น และในเวลาต่อมา ได้มีการจัดตั้ง
  • คณะอนุกรรมการเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพด้านเศรษฐกิจและสังคม
เพื่อพิจารณาผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมรวมทั้งอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตนั้น และขอให้หน่วยงานต่างๆ ตั้ง คณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพระดับสถาบัน (Institutional Biosafety Committee-IBC) เพื่อควบคุมดูแลการดำเนินงานด้านพันธุวิศวกรรมของหน่วยงานนั้นๆ ปัจจุบันมีคณะกรรมการความปลอดภัยทาง ชีวภาพระดับสถาบัน ที่แจ้งมายังคณะกรรมการกลางความปลอดภัยทางชีวภาพ ทั้งหมด 17 คณะกรรมการ
เมื่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2543 ประกาศใช้เมื่อ วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2543 ได้ ดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมการนโยบายระดับชาติด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ภายใต้คณะกรรมการ กอช.
ศลช. ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะอนุกรรมการนโยบายระดับชาติด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ และประสานการบริหารจัดการร่วมกับคณะกรรมการระดับสถาบันต่างๆ ด้วย ในขณะเดียวกัน ก็เตรียมความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางของประเทศเพื่อเชื่อมโยงการบริหารจัดการในเรื่องนี้กับสหประชาชาติ หรือทำหน้าที่เป็น National Focal Point


[BACK]

การพัฒนากฏระเบียบ

ในปี 2535 ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดมาตรการความปลอดภัยในการทำงานด้าน พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ ตามคำสั่งคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ 138/2535 ลงนามแต่งตั้งโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาศตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2535 โดยมีนายบรรณพต ณ ป้อมเพชร เป็นประธานอนุกรรมการ มีอนุกรรมการรวมทั้งสิ้น 13 ท่าน คณะอนุกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่กำหนดมาตรการความปลอดภัย ในการทำงาน ด้านพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพทั้งระดับห้องปฎิบัติการและภาคสนาม
คณะอนุกรรมการชุดนี้ได้จัดทำแนวทางปฎิบัติเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ สำหรับการทดลองทางพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ (biosafety guidelines) ขึ้น 2 ฉบับ คือ

    1. แนวทางปฎิบัติเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ สำหรับการทดลองทางพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ ระดับห้องปฎิบัติการ
  • ใช้สำหรับดำเนินการวิจัยทดลองเกี่ยวกับการสร้างหรือขยายจำนวนไวรอยด์ ไวรัสเซลล์ หรือสิ่งมีชีวิตใหม่ที่เกิดจากกระบวนการดัดแปลงพันธุกรรม

    2. แนวทางปฎิบัติเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ สำหรับการทดลองทางพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ ภาคสนาม
  • ใช้เฉพาะพืชและจุลินทรีย์ทุกชนิดที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม ไม่ครอบคลุมถึงการทดลองสัตว์ที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม
ขณะนี้ ทั้ง 2 แนวทางอยู่ในระหว่างการปรับปรุง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน


ปัจจุบัน ได้จัดทำ
  • แนวปฎิบัติสำหรับการประเมินความปลอดภัยของอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม
เพื่อจัดตั้งข้อกำหนด สำหรับกระบวนการประเมินความปลอดภัยของอาหารหรือผลผลิตที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งจะเป็นแนวทาง สำหรับผู้ที่ต้องการการนำเข้าหรือผลิตอาหารดังกล่าว ในการจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารเพื่อยื่นเสนอต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อให้ สามารถดำเนินการประเมินความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้ในการรับรองได้ว่า อาหารหรือผลผลิตนั้นไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย

[BACK]

Make your own free website on Tripod.com