Make your own free website on Tripod.com
bread2 biosafety tbc


การดำเนินงานระดับแปลงทดลองสำหรับพืชดัดแปลงพันธุกรรม
ในระหว่างการพัฒนาพืชดัดแปลงพันธุกรรม พืชจะได้รับการทดสอบและประเมินอย่างเข้มงวด ซึ่งจะต้องใช้เวลา 8-13 ปี ก่อนที่จะใช้ในเชิง พาณิชย์ โดยเริ่มจากต้นพืชเล็กๆ เพียงต้นเดียวในห้องปฏิบัติการ กลายเป็นต้นพืชหลายต้นในโรงเรือน เมื่อพืชได้ผ่านการประเมินในโรงเรือน และพบว่าพืชนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลทางลบ หรือมีความเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ ต่อสุขอนามัยของมนุษย์ หรือสิ่งแวดล้อม ก็จะเข้าสู่การ ดำเนินงานระดับแปลงทดลอง
อะไรคือการดำเนินงานระดับแปลงทดลอง
การดำเนินงานระดับแปลงทดลอง เป็นการดำเนินงานที่เริ่มนับตั้งแต่การนำพืชดัดแปลงพันธุกรรมมาปลูกนอกโรงเรือน ในแปลงทดลองที่มี ขนาดเล็ก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ประเมินการแสดงออกในสภาพสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ซึ่งจะต้องใช้เวลา 2-3 ปี หรือหลายฤดู ก่อนที่จะขยาย แปลงทดลองให้ใหญ่ขึ้น
การดำเนินงานระดับแปลงทดลอง ทำขึ้นเพื่อประเมินพืชดัดแปลงพันธุกรรม พัฒนาคู่มือในการจัดการ และเพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุดเพื่อใช้ เป็นพันธุ์ทางการค้า ซึ่งเหมาะสมกับท้องถิ่นที่เฉพาะ หรือสภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะ

การดำเนินงานระดับแปลงทดลองและกฎระเบียบ
การที่จะดำเนินงานระดับแปลงทดลอง ผู้พัฒนาจะต้องได้รับอนุญาตจากองค์กรควบคุมกฎระเบียบ ซึ่งจะต้องดำเนินงานตามเงื่อนไขและแนว ปฎิบัติการจัดการแปลงทดลองที่กำหนด การฝ่าฝืนจะส่งผลให้ผู้พัฒนาต้องถูกปรับและดำเนินตามกฎหมาย
พืชดัดแปลงพันธุกรรมทุกชนิด จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป โดยผู้ควบคุม เพื่อที่จะพัฒนาแนวปฏิบัติการจัดการระดับแปลงทดลอง ซึ่งจะ แตกต่างไปในแต่ละพืช ทั้งนี้ไม่ได้เป็นเพราะตัวพืชที่มีความแตกต่าง เช่น ฝ้ายและคาโนลา แต่ยังเป็นเพราะพันธุกรรมที่ได้รับการดัดแปลงที่แตก ต่างกัน เช่น ความต้านทานท่อแมลงและความทนทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช

ตัวอย่างแนวปฏิบัติการจัดการระดับแปลงทดลอง
เป็นเวลาประมาณ 5 ปี ที่ฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้มีความสามารถในการป้องกัน หนอนเจาะสมอฝ้าย heliothis ได้รับการส่งเสริมให้ปลูก เป็นการค้าในออสเตรเลีย ที่ผ่านมาออสเตรเลียต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าสารเคมีกำจัดแมลงศัตรู ประมาณ 200 ล้านเหรียญออสเตรเลียต่อปี ซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่จะป้องกัน heliothis แมลงศัตรูที่เป็นอันตรายต่ออุตสาหกรรมฝ้าย การปลูกฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรม ได้ช่วยลดการใช้สาร เคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรู สำหรับอุตสาหกรรมฝ้าย ประมาณ 50% ต่อปี
ฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรม จะมียีนของแบคทีเรียดิน Bacillus thuringiensis จึงมักเรียกกันทั่วไปว่า ฝ้ายบีที ยีนที่ถ่านฝากนั้น จะสร้างโปรตีนที่ฆ่า หนอน heliothis เมื่อกัดกินฝ้าย
ขณะที่ฝ้ายนี้เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมฝ้าย ผู้ควบคุมและนักวิจัยจะมีความกังวลตั้งแต่การพัฒนาว่า เมื่อปลูกไปนานๆ heliothis อาจจะพัฒนา จนเกิดความต้านทานต่อฝ้ายบีที ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมลดลง จากเหตุผลดังกล่าว ระหว่างการดำเนินงานระดับแปลงทดลอง และ ในระดับการค้าของฝ้ายบีที องค์กรที่ควบคุม ในการประสานความร่วมมือกับอุตสาหกรรมฝ้าย ได้จัดทำแนวปฏิบัติในการปลูกและการจัดการระดับ แปลง
เมื่อปลูกฝ้ายบีที จะต้องปลูกฝ้ายที่ไม่ได้ดัดแปลงพันธุกรรมหรือฝ้ายปกติด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อ ทำให้โอกาสที่ heliothis จะเกิดความต้านทานมีน้อยลง ฝ้ายปกติจะเป็นที่รวมของตัวแก่ที่ไม่มีความต้านทาน ที่พร้อมจะผสมกับตัวแก่ที่อาจจะมีความต้านทาน ซึ่งจะลดโอกาสที่จะเกิดประชากรที่มีความ ต้านทานต่อบีที
นอกจากนี้ องค์กรผู้ควบคุม ยังมีกฎระเบียบที่ว่า เพียง 1 ใน 3 หรือประมาณ 179000 เฮกแตร์ ของพื้นที่ปลูกฝ้ายในแต่ละปี ที่อนุญาตให้ปลูกฝ้าย บีที ซึ่งจะลดโอกาสของแมลงที่จะพัฒนาความต้านทาน

การประเมินความเสี่ยงที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยต่อมนุษย์
ระหว่างที่ทำการประเมินความเสี่ยงที่มีต่อสิ่งแวดล้อมในระดับแปลงทดลอง ในกรณีของฝ้ายบีที นักวิทยาศาสตร์จะต้องทำการทดลองเพื่อแสดง ต่อผู้ควบคุมว่าฝ้าย การทำการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จะขึ้นกับชนิดของพืชดัดแปลงพันธุกรรม
ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ
การดำเนินงานระดับแปลงทดลอง จะอยู่ภายใต้การพิจารณาอย่างสม่ำเสมอ โดยองค์กรผู้ควบคุม และมีการตรวจสอบแบบสุ่ม ในกรณีที่มีการฝ่า ฝืนแนวปฏิบัติการจัดการระดับแปลงไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใด ผู้พัฒนา หรือหน่วยงานที่ขออนุญาตทำแปลงทดลอง และผู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำ เนินงานระดับแปลงทดลอง รวมทั้งผู้ปลูก จะต้องรายงานการฝ่าฝืนโดยทันที ต่อองค์กรผู้ควบคุม เพื่อว่า การกระทำที่ถูกต้องรวมถึงวิธีการทำความ สะอาด จะได้ดำเนินการ
บทบาทของระดับแปลงทดลอง
การดำเนินงานระดับแปลงทดลองเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพัฒนาพืชดัดแปลงพันธุกรรม ถ้าไม่มีการดำเนินงานระดับแปลงทดลอง เพื่อประ เมินการแสดงออกในสภาพแปลง ก็จะไม่สามารถนำไปสู่การค้าในเชิงพาณิชย์ได้
ในระหว่างครึ่งปีแรกของปี 2001 หลายๆ ส่วนในออสเตรเลีย เช่น Shire councils ที่ประกาศว่าไม่ต้องการให้มีการดำเนินงานระดับแปลงทดลอง ในท้องถิ่นนั้น โดยให้เหตุผลว่า เป็นเพราะแรงกดดันของชุมชน ซึ่งตัวแทนของชุมชน ระบุว่าพวกเขาต้องการการเฝ้าดู ก่อนที่จะสนับสนุนให้ ปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรม แม้ว่าการเฝ้าดูจะเป็นแนวทางที่ดี แต่ก็ต้องคำนึงถึงว่าถ้าไม่มีการดำเนินงานระดับแปลงทดลอง ก็จะไม่มีพันธุ์ทางการ ค้าสำหรับเกษตรกร ที่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมของออสเตรเลีย การดำเนินงานระดับแปลงทดลองเป็นส่วนของงานวิจัยและพัฒนา


ที่มา: Agrifood Awareness Australia, Paper No 2, Field Trials for Genetically Modified Crops. Email: info@afaa.com.au, Website: http://www.afaa.com.au