Make your own free website on Tripod.com
คอลัมน์ : หมายเหตุประชาชน : การปลูกทดลองพืชจีเอ็มโอในไร่นา ห้ามทดลองดีจริงหรือ??(1)
เป็นข่าวโด่งดังกันอีกแล้วกับ พืชดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Engineered Plant) หรือที่รู้จักกันดีในนามพืชจีเอ็มโอแม้ไม่ฮือฮามากเท่าครั้ง ก่อน แต่ก็นับว่ามีความสำคัญเป็น อย่างยิ่งเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก 4 ภาค สมัชชาลุ่มน้ำมูล สมัชชาเกษตรกรอีสาน สมัชชาคนจน กลุ่มแนว ร่วมพันธมิตรประชาชนอีสาน ไบโอไทย กรีนพีช รวมกลุ่มกันยื่นหนังสือให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2544 เรื่องห้ามการปลูกทดลองจีเอ็มโอในระดับไร่นาทั้งนี้เนื่องมาจาก นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังเสนอเรื่องเพื่อให้มีการยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเพาะปลูกพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา ได้ ถ้าเอ่ยถึงพืชจีเอ็มโอ แทบทุกคนคงเคยได้ยินและรู้สึก คุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี แต่คงมีน้อยรายที่จะรู้จักและเข้าใจว่าพืช จีเอ็มโอที่ว่าคืออะ ไรที่สำคัญคือมันเป็นอันตรายจริงหรือ??
จีเอ็มโอ (Genetically Modified Organism:GMO) หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมโดยอาศัยเทคนิคทางพันธุวิศวกรรม หรือการตัดต่อยีนนั่นเอง พืชจีเอ็มโอกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคม ด้วยประเด็นหลัก ๆ 3 ประการ คือเรื่องของความปลอด ภัยต่อผู้บริโภค เรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเรื่องของสิทธิบัตรกับการผูกขาดเมล็ดพันธุ์พืชจีเอ็มโอที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ ฝ้าย ข้าวโพด ข้าว สีทอง ถั่วเหลือง มันฝรั่ง ส่วนพืชจีเอ็มโอฝีมือนักวิจัยไทยมีมะละกอ พริก และมะเขือเทศ
การประท้วงครั้งนี้กลุ่มผู้ประท้วงได้เน้นไปที่ฝ้ายกับมะละกอจีเอ็มโอ เป็นที่ทราบกันดีว่าฝ้ายจีเอ็มโอหรือฝ้ายบีทีนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท มอนซานโต้ กลุ่มผู้ประท้วงจึงเกิดความกังวลในเรื่องของการครอบงำโดยบริษัทข้ามชาติ ทั้งในเรื่องของสิทธิบัตร และเรื่องของการผูกขาดเมล็ด พันธุ์แต่สำหรับมะละกอจีเอ็มโอซึ่งเป็นผลงานของหน่วยปฏิบัติการพันธุวิศวกรรมด้านพืช กลับถูกดึงเข้าไปประท้วงด้วย ที่สำคัญ เน้นไปในเรื่อง ของสิทธิบัตรและการผูกขาดเมล็ดพันธุ์เหมือนกับฝ้าย จีเอ็มโอจึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หน่วยปฏิบัติการพันธุวิศวกรรมด้านพืช ทำมะละกอจีเอ็มโอขึ้นเพื่อแก้ปัญหาไวรัสใบด่างจุดวงแหวนมะละกอ ซึ่งไวรัสดังกล่าว ได้สร้างความเสีย หายให้กับเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก มะละกอเป็นพืชอาหารหลักที่คนไทยนิยมบริโภค โดยรับประทานได้ทั้งแบบมะละกอสุกและมะละ กอดิบ ซึ่งมะละกอดิบนิยมนำมาทำส้มตำเป็นที่นิยมรับประทานกันทั่วประเทศ การแก้ปัญหาเรื่องไวรัสใบด่างจุดวงแหวนมะละกอจึงเป็นเรื่องที่ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่การแก้ปัญหาโดยการใช้วิธีพันธุวิศวกรรม ทำให้ถูกจับตามองจากคนทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยในการบริโภค ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมะละกอจีเอ็มโอยังคงอยู่ในช่วงทดลองอยู่ โดยอยู่ในขั้นเพาะปลูกในแปลงทดลองขนาดเล็กเท่านั้น แต่คุณรู้กันหรือ ไม่ว่าถั่วเหลืองที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ กว่าครึ่งล้วนเป็นถั่วเหลืองที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และถั่วเหลืองที่นำเข้าล้วนเป็นถั่วเหลืองจีเอ็มโอ แทบทั้งสิ้น เท่ากับเราได้บริโภคพืชจีเอ็มโอเข้าไปมากแล้วโดยไม่รู้ตัว
ถ้ายังมีความกังวลกันในเรื่องของความปลอดภัยในการบริโภคพืชจีเอ็มโอ ควรจะให้ความสนใจในเรื่องของการตรวจสอบและการตรวจวิเคราะห์ พืชนำเข้าด้วย ไม่ใช่มาต่อต้านในเรื่องของการทดลองเพาะปลูกในระดับไร่นาเพียงอย่างเดียว เพราะผลการทดลองจะสามารถตอบคำถาม ไขข้อ ข้องใจทั้งหมดได้ หากไม่ให้ทำการทดลองแล้วเมื่อไหร่คำถามจะหมดไป เสียที !!!.

คอลัมน์ : หมายเหตุประชาชน : การปลูกทดลองพืชจีเอ็มโอในไร่นา รอเวลาเพาะปลูกในระดับไร่นา (2)
ประท้วงกันทีไร ก็ต้องมีคนสงสัย กันทุกที ว่าเจ้าจีเอ็มโอที่มา ประท้วงกันอยู่มันคืออะไร เป็นอันตรายไหม แล้วที่สำคัญคนไทยก็มีทำด้วยหรือเจ้า พืชจีเอ็มโอเนี่ย วันนี้ก็เลยถือโอกาสพาทุกคนไปรู้จักกับพืชจีเอ็มโอฝีมือนักวิจัยไทยกันสักหน่อย หน่วยปฏิบัติการพันธุวิศวกรรมด้านพืช เป็น หน่วยงานในไทยที่ทำพืชจีเอ็มโอขึ้นมา แรกเริ่มเดิมทีเค้าคิดค้นขึ้นมาเป็น สูตรเรียกว่าสูตรส้มตำมะละกอ โดยจะทำพืชจีเอ็มโอที่ใช้สำหรับทำ ส้มตำมะละกอโดยเฉพาะ ทั้งมะละกอ ถั่วฝักยาว พริก และมะเขือเทศ แต่ที่ก้าวหน้าที่สุดและกำลังโด่งดังเป็นข่าวอยู่ก็คือมะละกอจีเอ็มโอ นักวิจัย ทำมะละกอจีเอ็มโอขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาไวรัสใบด่างจุดวงแหวนมะละกอ โดยการตัดต่อยีนของไวรัสดังกล่าวเข้าไปในมะละกอ เพื่อให้มะละ กอมีภูมิต้านทานโรคไวรัสใบด่างจุดวงแหวน วิธีการดังกล่าวเหมือนกับการฉีดวัคซีนให้กับมะละกอ
ปัจจุบันมะละกอจีเอ็มโอมีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ทุกสายพันธุ์ผ่านการทดลองในห้องทดลอง ในโรงเรือนและในเรือนตาข่ายมาแล้ว ขณะนี้อยู่ใน ขั้นตอนการเพาะปลูกในแปลงทดลองขนาดเล็ก ผลการทดลองพบว่ามะละกอทั้ง 3 สายพันธุ์ต้านทานโรคไวรัสใบด่างจุดวงแหวนมะละกอได้ดี นอกจากนี้มะละกอยังมีผลขนาดใหญ่กว่ามะละกอธรรมดาอีกด้วย รศ.ดร.สุพัฒน์ อรรถธรรม อาจารย์จากภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยา ลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เล่าให้ฟังว่า ได้ทำการทดลองเพาะปลูกมะละกอจีเอ็มโอในแปลงทดลองขนาดเล็ก โดยทำการปลูกมะละ กอปกติไว้รอบ ๆ แล้วนำเอาไวรัสใบด่างจุดวงแหวนมาปล่อยลงในแปลงทดลอง มะละกอปกติจะเป็นโรคใบงอหงิก ลำต้นและผลแคระแกร็น ยอดกุด แตกต่างจากมะละกอจีเอ็มโออย่างเห็นได้ชัด
เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เข้าชมแปลงปลูกมะละกอ จีเอ็มโอ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน พร้อมทั้งชิมมะละกอจีเอ็มโอทั้งมะละกอสุก และมะละกอดิบที่นำไปทำส้มตำด้วยผลการ ทดลองถือเป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของมะละกอจีเอ็มโอได้เป็นอย่างดี แต่การทดลองก็ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด เพราะยังไม่ได้ทำการทด ลองในระดับไร่นา เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2544 ได้ห้ามไม่ให้มีการปลูกทดลองจีเอ็มโอในระดับไร่นา จนกระทั่งมี กระแสข่าวว่านายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง จะผลักดันให้มีการยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดัง กล่าวก่อให้เกิดกระแสการต่อต้านขึ้นมาทันที
นายพินิจกล่าวว่า การตัดต่อพันธุกรรมทั้งในพืชและสัตว์ นับว่ามีประโยชน์ ช่วยเพิ่มพูนคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ส่วนในเรื่องที่มีการประท้วง เรา ต้องมาทบทวนกันถึงความจริงทางหลักวิชาการว่าดีจริงหรือไม่ รศ.ดร.สุพัฒน์ บอกไม่น่าจะมีการปิดกั้น เพราะการเพาะปลูกในระดับไร่นาถือ เป็นอีกขั้นตอนของการทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งผู้ทำการทดลองจะต้องมีการควบคุม ดูแลเป็นอย่างดี เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของจีเอ็ม โอ ถ้าเราไม่ทำการวิจัยก็จะไม่มีข้อมูล ไม่สามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ ถ้าต้องการให้ประเทศไทยก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การทดลองถือเป็นสิ่ง ที่จำเป็นมาก ในต่างประเทศเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมเค้าก้าวหน้าไปมากแล้ว เช่นในฮาวายที่มีโรคไวรัสระบาดเยอะ ก็ได้ใช้วิธีทางพันธุวิศวกรรม เข้าช่วยทำให้สามารถปลูกมะละกอได้ผลดี ที่ฮาวาย มะละกอจีเอ็มโอไม่เพียงแต่ผ่านการทดสอบในระดับไร่นามาแล้วเท่านั้น แต่ได้ทำการเพาะ ปลูกขายมานานนับ 10 ปีแล้ว
ในประเทศไทยแม้ผลการทดลองในระดับแปลงเพาะปลูกขนาดเล็กจะให้ผลดี แต่ก็ยังไม่สามารถทำการเพาะปลูกในระดับไร่นา ซึ่งเป็นระดับสุด ท้ายของการทดลองได้ เกษตรกรที่เคยมาดูแปลงทดลองปลูกมะละกอจีเอ็มโอที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ต่างสนใจที่จะ ขอเมล็ดพันธุ์ไปปลูกกันทั้งนั้น แต่ก็ยังติดขัดในเรื่องของการทดลองและในแง่ของกฎหมาย นักวิจัยจึงไม่สามารถให้เมล็ดพันธุ์ไปได้ นักวิจัย บอกไม่ต้องกลัวเรื่องของการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ เพราะเป็นการทำวิจัยโดยหน่วยงานของรัฐ ถ้ากฎหมายอนุญาตให้เพาะปลูกได้จริงก็คาดว่าจะสา มารถผลิตเมล็ดพันธุ์แจกให้กับเกษตรกรได้อย่างเพียงพอ แต่ตอนนี้ก็คงต้องร้องเพลงรอต่อไปก่อน เพราะยังไม่มีวี่แววว่าจะมีการอนุญาตให ้เพาะปลูกพืชจีเอ็มโอได้เลย ก็แค่มีข่าวว่าจะอนุญาตให้เพาะปลูกในไร่นาก็ยังมาประท้วงกันเลย

หมายเหตุประชาชน : การปลูกทดลองพืชจีเอ็มโอในไร่นา อยากให้มีกฎหมายก่อนค่อยปลูก(จบ)
ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีกันไปแล้วเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา กรณีคัดค้านการยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2544 เรื่อง ห้ามการปลูกทดลองจีเอ็มโอในระดับไร่นา เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก 4 ภาค สมัชชาลุ่มน้ำมูล สมัชชาเกษตรกรอีสาน สมัชชาคนจน กลุ่ม แนวร่วมพันธมิตรประชาชนอีสาน ไบโอไทย กรีนพีช ได้รวมตัวกันคัดค้านการเสนอเรื่อง เพื่อให้มีการยกเลิกคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ของนาย เนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง กลุ่มผู้คัดค้านเรียกร้องให้มีการคงมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าจะมีการออกกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างกฎหมายว่าด้วย ความปลอดภัยชีวภาพให้แล้วเสร็จภายใน 8 เดือน โดยให้ตั้งตามรายชื่อของอนุกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ในระหว่างนี้อาจจะมี การพิจารณาให้มีการปลูกทดสอบพืชจีเอ็มโอในสถานีทดลองของราชการได้ โดยพิจารณาเป็นราย ๆ โดยมาตรการที่จะบังคับให้ผู้ทำการทดลอง แสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการองค์กรความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิปัญญาไทย (ไบโอไทย) บอกพวกเขาไม่ได้คัดค้านให้มีการวิจัย แต่อยากให้นักวิจัยมีความรับผิดชอบ ไม่ให้มีการหลุดออกไปปนเปื้อนนอกแปลงวิจัย ในระหว่างที่มีการทดลอง
อยากให้มองไปไกล ๆ ไม่ใช่มองเพียงแค่การทดลองเฉพาะมะละกอจีเอ็มโอเท่านั้น นักวิจัยที่ไม่มีความรับผิดชอบก็มี หากวันใดมีปัญหาใครจะ เป็นผู้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปัจจุบันเรายังไม่มีกฎหมายที่จะมารองรับเรื่องเกี่ยวกับการทดลองเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ คณะอนุกรรมการ ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ก็เป็นเพียงผู้ร่างแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางชีวภาพเท่านั้น
แนวทางที่ร่างขึ้นมาก็ไม่ได้ใช้บังคับผู้ทำการทดลองทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ทำการทดลองเท่านั้น ว่าจะดำเนินการทดลองตามแนว ทางที่ร่างไว้หรือไม่ ถ้าผู้ทำการทดลองไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่ร่างไว้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ส่วนพรบ.กักกันพืช พ.ศ. 2507 ที่ใช้กันอยู่จนถึงปัจจุ บัน แม้จะมีกฎที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทุกเรื่อง พรบ.กักพืชจะมีเพียงการควบคุมการนำเข้าพืชจีเอ็มโอเท่านั้น โดย จะมีการทยอยประกาศรายชื่อของพืชจีเอ็มโอออกมาเรื่อย ๆ และในตอนนี้ก็ยังไม่มีรายชื่อของมะละกอรวมอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ว่า ที่สำคัญบัญชี รายชื่อเหล่านั้นจะมีเพียงเฉพาะในส่วนที่เป็นพืชอย่างเดียวเท่านั้น ไม่รวมถึงสัตว์จีเอ็มโอ และไม่ได้รวมถึงการทดลองทางเทคโนโลยีชีวภาพที่ ทำกันอยู่ในประเทศด้วย
การผลักดันให้มีการยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2544 เท่ากับเป็นการไม่รักษาสัญญาที่รัฐบาลนี้ได้ให้ไว้กับชาวไร่ชาวนา ว่า จะเร่งรีบให้มีการออกกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะอนุมัติให้มีการปลูกทดลองจีเอ็มโอในประเทศไทย รัฐบาล ได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2544 ซึ่งบัดนี้ก็ผ่านมานานเกือบครบ 2 ปีแล้ว กฎหมายที่ว่าก็ยังไม่มีให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างแต่อย่างใด ประเทศไทยเคยมีตัวอย่างเรื่องการระบาดของฝ่ายจีเอ็มโอ หรือฝ่ายบีทีออกไปนอก แปลงทดลอง ในปี 2542 จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการสอบสวนหาผู้กระทำผิด และไม่มีใครออกมารับผิดชอบกับกรณีดังกล่าว กลุ่มผู้คัดค้านจึงได้รวม ตัวกันออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนให้ดีก่อนที่จะมีการอนุมัติให้มีการปลูกทดลองพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา ประมาณสิ้นเดือนนี้ทางกลุ่ม ผู้คัดค้านก็จะนัดรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อมารับฟังคำตอบของรัฐบาล ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตัวเองกันทั้งสองด้าน รัฐบาลคงต้องพิจารณากันให้ รอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป จะอนุมัติให้ทดลองกันเลยโดยไม่ยอมออกกฎหมายก็ดูจะเป็นการหักด้ามพร้าด้วยเข่าไปหน่อย แต่ ถ้าละเลยต่อไปไม่ยอมให้มีการทดลองปัญหาทั้งหลายก็จะไม่มีวันจบ
คงต้องจับตาดูกันต่อไป..ไม่เกินสิ้นเดือนรับรองรู้ผล

จาก นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 12, 13 ,14 มีนาคม 2546
ศศิมา ดำรงสุกิจ