Make your own free website on Tripod.com



4. การประเมินความปลอดภัยทางการเกษตรและสิ่งแวดล้อม


คำถามที่จะมีคือว่า แล้วจะประเมินอะไรบ้างทางด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยทั่วไปจำเป็นต้องจำแนกให้เห็นก่อนว่า อะไรบ้างที่อาจเป็นภัย จากการใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรม จากนั้นจึงทำการประเมิน ประเด็นปัญหาหลักหรือความห่วงกังวลที่มีต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการเกษตร ของพืชดัดแปรพันธุกรรม พอที่จะระบุได้ 4 ประเด็นใหญ่ๆ คือ
  • การเคลื่อนย้ายของยีนหรือเรียกกันง่ายๆ ว่า การผสมข้ามไปยังพืชป่าที่มีความใกล้ชิด หรือที่สามารถผสมข้ามกันได้ หรือพืชชนิดเดียวกัน แต่ต่างพันธุ์กัน
  • การเคลื่อนย้ายของยีนไปยังสิ่งมีชีวิตอื่น เป็นไปในลักษณะแบบไม่ใช้เพศ
  • ศักยภาพที่พืชดัดแปรพันธุกรรมจะเป็นวัชพืช
  • ผลกระทบที่มีต่อสิ่งมีชีวิตที่มิใช่เป้าหมาย
คงจะต้องมาพิจารณาเป็นประเด็นๆ ไปว่า ทั้ง 4 ประเด็นจะส่งผลให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ในประเด็นแรก การผสมข้ามไปยังพืชป่าที่มีความใกล้ชิด
สิ่งที่คาดหวังว่าจะเกิดได้ โดยเฉพาะในกรณีของยีนที่ทนทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช คือ พืชป่าอาจกลายเป็นวัชพืชที่ไม่สามารถกำจัดได้ ในบางครั้งได้มีการกล่าวถึงวัชพืชนั้นว่าเป็น วัชพืชมหัศจรรย์
ถ้าถามนักวิทยาศาสตร์ ในประเด็นนี้ ก็จะได้รับคำตอบว่า ในธรรมชาติ เป็นไปได้ที่จะเกิดการผสมข้ามดังกล่าว เช่นการผสมข้ามระหว่างข้าวโพด พันธุ์ปลูก กับข้าวโพดพันธุ์ป่า ที่เรียกว่า teosinte ดังที่มีปัญหาที่ประเทศเม็กซิโกในปัจจุบัน แต่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากยังมีอีกหลายปัจจัยที่ จะส่งผลให้การผสมข้ามสำเร็จผล นอกจากนี้แล้วยังต้องดูอีกว่า ลูกที่ได้อยู่รอดหรือเปล่า เป็นหมันหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วลูกที่ได้มักจะเป็น หมัน แต่ถ้าไม่เป็นหมัน การกำจัดโดยวิธีการอื่นก็สามารถทำได้
นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้สูง ที่จะเกิดการผสมข้ามระหว่างพืชดัดแปรพันธุกรรมกับพืชปกติชนิดเดียวกัน โดยเฉพาะกับพืชที่เป็นพืชผสมข้ามเช่น ข้าวโพด และ คาโนลา ซึ่งเป็นพืชในเขตอบอุ่นที่นำเมล็ดมาทำเป็นน้ำมันพืช ผลที่จะได้รับคือ ผลผลิตที่ได้ของพืชปกติไม่สามารถจำหน่ายได้ในลักษณะที่ปลอดจีเอ็มโอ หรือในลักษณะผลิตผลอินทรีย์
กรณีนี้ น่าจะเป็นเรื่องของการจัดการการปลูก จากงานวิจัยพบว่า ในระยะห่างกัน 100 ฟุต จะมีโอกาสผสมข้ามเพียง 1% ในข้าวโพด และที่ระยะ ห่าง 1,000 ฟุต ไม่พบว่ามีการผสมข้ามเกิดขึ้น จะเห็นได้ว่า ถ้าใช้ระยะห่างในการกำหนด ก็จะเชื่อได้ว่า ไม่เกิดการผสมข้าม หรืออาจจัดการเกี่ยวกับช่วงระยะเวลาปลูก คือปลูกไม่พร้อมกัน ก็จะยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น

ในประเด็นที่ 2 การเคลื่อนย้ายยีนไปยังสิ่งมีชีวิตอื่น
สิ่งที่เป็นกังวลคือ การเคลื่อนย้ายของยีนที่ต้านทานสารปฏิชีวนะไปสู่แบคทีเรียที่ทำให้เกิด โรค แล้วจะส่งผลให้โรคที่เกิดจากแบคทีเรียนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้
ถ้าถามว่าการเคลื่อนย้ายในลักษณะนี้มีความเป็นไปได้หรือไม่ นักวิทยาศาสตร์ก็คงจะตอบว่ามีความเป็นไปได้ ตัวอย่างที่เห็นได้คือยีนจาก แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค crown gall ในพืช สามารถเคลื่อนย้ายเข้าไปในดีเอ็นเอของพืชได้ แต่การเคลื่อนย้ายดีเอ็นเอจากพืชไปสู่จุลินทรีย์ ยังเป็น ที่สงสัย แม้ว่าจะมีรายงานว่ามีความเป็นไปได้ แต่ก็เป็นผลมาจากงานทดลองในห้องปฏิบัติการ แต่ในธรรมชาติยังไม่มีใครบอกได้ มีการประเมิน ว่าอาจเกิดขึ้นได้เพียง 10-17 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากยังมีสิ่งที่จะต้องพิจารณาอีก มากเช่น สภาพแวดล้อมที่จะส่งผลให้จุลินทรีย์นั้นอยู่รอด และยีนที่เคลื่อนย้ายไปนั้นเป็นยีนใหม่ในประชากรของจุลินทรีย์หรือไม่ เป็นต้น

ในประเด็นที่ 3 ศักยภาพที่จะเป็นวัชพืช
สิ่งที่กังวลคือ การกลายเป็นวัชพืชของพืชดัดแปลงพันธุกรรม
จากความรู้ที่มีอยู่ กล่าวได้ว่า พืชที่จะเรียกได้ว่าเป็นวัชพืชได้นั้นจะต้องมีลักษณะ ต่อไปนี้คือ เมล็ดมีชีวิตยืนนาน เจริญเติบโตเร็ว ผลิตเมล็ดได้มาก ในทุกสภาพแวดล้อม และแข่งขันกับพืชอื่นได้ดีเป็นต้น แต่พืชดัดแปรพันธุกรรมไม่ได้รับการพัฒนาให้มีลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้โดยตัวของ พืชเองก็ไม่ได้มีลักษณะเป็นวัชพืชอยู่แล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะกลายเป็นวัชพืชจึงเป็นไปได้น้อย
มีบ้างในบางพืชที่มีเมล็ดตกลงบนดิน และกลายเป็นวัชพืช เมื่อปลูกพืชอื่นตามมาในระบบพืชหมุนเวียน ซึ่งก็สามารถจัดการได้ด้วยวิธีการอื่นๆ เช่นการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชตัวอื่น หรือการไถพรวน เป็นต้น

ประเด็นที่ 4 ผลกระทบที่มีต่อสิ่งมีชีวิตที่มิใช่เป้าหมาย
สิ่งที่กังวลคือ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยเฉพาะที่มีประโยชน์ จะได้รับผลกระทบทางลบ
ที่เป็นข่าวกันมากคือ ผลกระทบที่มีต่อตัวหนอนผีเสื้อ Monarch ที่ชอบกินใบวัชพืช ที่เรียกว่า Milkweed เมื่อมีละอองเกสรข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม ที่ต้านทานต่อหนอนเจาะลำต้นปกคลุม ส่งผลให้หนอนบางตัวตายและบางตัวมีการเจริญเติบโตลดลง นั่นเป็นผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ ที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีผลกระทบอย่างแท้จริง นอกจากนี้ สภาพในธรรมชาติยังมีความแตกต่างจากในห้องปฏิบัติการอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี ได้มีการติดตามในแปลงที่ปลูกข้าวโพดดัดแปรพันธุกรรม ซึ่งก็พบว่า ประชากรของผีเสื้อ Monarch ไม่ได้ลดลงอย่างที่คิด
นอกจากผีเสื้อ Monarch แล้ว สิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับการกล่าวถึงและควรที่จะได้รับการประเมิน เช่น แมงมุม ด้วงเต่าลาย ผึ้งน้ำหวาน และไส้เดือนเป็นต้น

ที่กล่าวมานั้นเป็นประเด็นหลักๆ ที่จะต้องพิจารณาสำหรับทำการประเมิน นอกจากนี้ยังอาจจะต้องประเมิน ในเรื่องอื่นๆ อีกเช่น ผลของการปลูก พืชดัดแปลงพันธุกรรมที่มีต่อการปลูกพืชหมุนเวียน ผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแปลง เช่น นกและหนูเป็นต้น ผลที่มีต่อจุลินทรีย์ดิน ผลที่มีต่อสาร เคมีกำจัดวัชพืชที่ใช้ และ แผนการจัดการที่เป็นไปได้ต่อความต้านทานของแมลง นอกจากนี้ยังอาจจะต้องศึกษาผลกระทบต่อความหลากหลายทาง ชีวภาพอีกด้วย การศึกษาหรือการประเมินในประเด็นใดบ้างนั้น คงขึ้นกับสภาพหรือสภาวะที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นสำคัญ

ตัวอย่างผลการประเมิน ข้าวโพด MON809
เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ขอยกตัวอย่างผลของการประเมินข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม MON809 ที่ใช้ประกอบการขออนุญาตที่จะปลด ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมในประเทศแคนาดา ซึ่งทางคณะผู้พิจารณาได้คำนึงถึงใน 6 ประเด็นหลักคือ
จากประเด็นการศึกษาดังกล่าวสรุปได้ว่า ข้าวโพดดัดแปรพันธุกรรม พันธุ์ดังกล่าวไม่น่าจะมีผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อมและการเกษตร