Make your own free website on Tripod.com

ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายด้วยอาวุธทำลายล้างสูง

อาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction – WMD) คือ อาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ทำให้คนจำนวนมากในพื้นที่กว้างบาดเจ็บ ป่วย และตาย ในปัจจุบันอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูงมี 3 ประเภท ได้แก่ อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ และอาวุธเคมี (Nuclear – Biological – Chemical Weapons – NBC Weapons) ในยุคปัจจุบันนี้ ภัยคุกคามจากการที่ผู้ก่อการร้ายอาจใช้อาวุธเช่นนี้ มีโอกาสสูงกว่าในอดีต ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการจัดโครงการอบรมเพื่อเพิ่มความพร้อมในการที่จะตอบโต้เหตุการณ์เช่นนี้สำหรับหน่วยปกครองท้องถิ่น ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) สำหรับในประเทศไทย โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านและการต่อสู้การโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายซึ่งอาจจะใช้อาวุธประเภทนี้ จึงได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จัดการอบรม “ชุดตอบโต้สถานการณ์หน่วยแรก กรณีเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายด้วยอาวุธที่มีอำนาจทำลายสูง” เมื่อวันที่ 18 – 22 มิถุนายน 2544 ณ ศูนย์ประชุมองค์การสหประชาชาติ (UNCC) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ก่อการรายด้วยอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการจัดอบรมทางด้านนี้ขึ้น

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) เป็นต้นมา มีจำนวนเหตุการณ์ซึ่งผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธทำลายล้างสูง (WMD) เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อ ปี พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) สมาชิกของกลุ่มสหรัฐฯ กลุ่มหนึ่ง ถูกจับได้พร้อมกับมีเชื้อไทฟอยด์ ซึ่งคนร้ายวางแผนที่จะปล่อยลงในน้ำประปาของเมืองชิคาโก พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) มีผู้นำเชื้อ Salmonella ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ใส่ในสลัดบาร์ในร้านอาหาร มีผลให้คนล้มป่วยเป็นจำนวน 751 คน และอีก 45 คนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ใน ปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแคนาดาได้ตรวจจับธนบัตรได้ปึกหนึ่ง ซึ่งระหว่างธนบัตรมีผงสีขาวอยู่ ในขั้นต้นนั้นเจ้าหน้าที่สงสัยว่าอาจจะเป็นโคเคน แต่ปรากฏว่าเมื่อส่งไปวิเคราะห์ พบว่า ผงสีขาวนั้นเป็นไลซิน (Ricin) ซึ่งเป็นสารพิษที่สกัดจากเมล็ดละหุ่ง และเหตุการณ์ใน เดือนมีนาคม พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อมีผู้ก่อการร้ายปล่อยก๊าซซาริน (Sarin) ซึ่งมีผลต่อระบบประสาท ในรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนเหตุการณ์ที่มีผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธทำลายล้างสูง (WMD) มีเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว ดังแสดงในรูปที่ 1

ถึงแม้ว่า อาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งซึ่งยากสำหรับการที่ผู้ก่อการร้ายจะหามาใช้ แต่ทว่าวัสดุกัมมันตรังสี สารเคมี และสารชีวภาพเป็นสิ่งที่หามาได้ง่าย จึงเป็นสิ่งที่ก่อภัยคุกคามอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารชีวภาพ ซึ่งเป็นสารที่หามาได้ง่าย อีกทั้งยังราคาถูก แต่มีผลในการทำลายล้างสูง ดังรูปที่ 2 แสดงโอกาสในการใช้อาวุธทำลายล้างสูง (WMD) กับผลกระทบที่เกิด สำหรับสารเคมีและสารชีวภาพที่นำมาใช้เป็นอาวุธนั้นเป็นสิ่งที่ทำขึ้นได้ค่อนข้างง่าย ถึงแม้ว่าอาจไม่ง่ายถึงขนาด “วิทยาศาสตร์ระดับโรงเรียน” ก็ตาม แต่อาวุธเคมีและอาวุธชีวภาพสามารถผลิตขึ้นได้จากส่วนผสมหรือส่วนประกอบที่หาได้ง่าย โดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับสถาบัน ยิ่งในกรณีของอาวุธชีวภาพนั้นสามารถผลิตได้ง่ายกว่าอาวุธเคมี อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการผลิตยังต่ำ จนกระทั่งได้สมญานามว่า “ระเบิดนิวเคลียร์ของคนจน” อีกทั้งมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของสุขภาพและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติด้วย

รูปที่ 1 เหตุก่อการร้ายด้วยอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970)

 

รูปที่ 2 เปรียบเทียบโอกาสในการใช้อาวุธทำลายล้างสูง (WMD) กับผลกระทบที่เกิด

บางท่านอาจรู้สึกว่าการโจมตีด้วยอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) เป็นเรื่องที่ไกลตัว คงไม่เกิดขึ้นกับเรา ซึ่งเป็นความคิดที่นำไปสู่ความประมาท เหตุการณ์เช่นนี้ได้เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ และอาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ตราบใดที่อาวุธทำลายล้างสูง (WMD) ยังสามารถหามาใช้ได้ง่าย ซึ่งการป้องกันที่ดีที่สุดคือการไม่ประมาท และหาทางแก้ไขรับมือกันสถานการณ์หากเกิดมีเหตุการณ์ร้ายเช่นนี้ขึ้น ระบบของหน่วยตอบโต้เหตุฉุกเฉินเหตุร้ายในอันที่จะรับมือกับการบาดเจ็บของมวลชน เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการช่วยเหลือให้การรักษาพยาบาลโดยทันท่วงที และช่วยสงวนชีวิต และคงต้องอาศัยความร่วมมือในหลายๆ ฝ่าย ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดการอบรม “ชุดตอบโต้สถานการณ์หน่วยแรก กรณีเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายด้วยอาวุธที่มีอำนาจทำลายสูง” โดยมีหลักสูตรความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง (Introduction to WMD) การปฏิบัติการในพื้นที่เกิดเหตุ (Incident Site Operations) การปฏิบัติการทางการแพทย์ (Medical Operations) การบริหารเหตุการณ์เมื่อมีการใช้อาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง (Managing WMD Event) และมีการทำแบบฝึกหัดบนโต๊ะและอภิปรายผล (Table Top Exercise) สำหรับหลักสูตรการปฏิบัติการในพื้นที่เกิดเหตุนั้น มีเนื้อหาประกอบด้วย หัวข้อเรื่องภัยคุกคาม (Threat) กัมมันตรังสี (Radiological Material) สารชีวภาพ (Biological Agent) สารเคมี (Chemical Agent) กลไกการแพร่กระจาย (Dissemination Devices) เครื่องมือในการดักจับและบ่งชี้ (Detection and Identification Equipment) เครื่องมือ/อุปกรณ์ในการปกป้องร่ายกาย (Personal Protective Equipment) เทคนิคในการชำระพิษร้าย (Decontamination Procedures) การคาดคะเนอันตรายใต้ลม (Downwind Hazard Prediction) และกิจของผู้เข้าตอบโต้รับมือกับเหตุการณ์ (Responder Actions) ซึ่งจะทำให้ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายด้วยอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเอกภาพและมีประสิทธิภาพ